อยากให้เว็บไซต์ดาวน์โหลดเร็วขึ้น เพิ่มอันดับ SEO ทำอย่างไรดี

อยากให้เว็บไซต์ดาวน์โหลดเร็วขึ้น เพิ่มอันดับ SEO ทำอย่างไรดี

การทำ SEO จะทำให้เว็บไซต์ถูกค้นเจอง่ายจาก Google สร้างความเชื่อมั่น และเพิ่มยอดการขายได้ ซึ่งนอกจาการปรับโครงสร้างภายในเว็บไซต์และการทำลิงก์เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ภายนอกแล้ว การแก้ไขความบกพร่องด้านความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูล ยังสำคัญต่อผลการประเมิน SEO ด้วย

เทคนิคในการเพิ่มความเร็วของเว็บไซต์ที่ทำให้อันดับ SEO สูงขึ้นได้

1. การเลือก hosting สำหรับการเปิดเว็บไซต์

การเปิดเว็บไซต์ออนไลน์ เราจำเป็นต้องเช่าพื้นที่ทรัพยากรและมีผู้จัดการงานหลังบ้าน ซึ่งบริษัทที่ให้บริการ hosting มีอยู่หลายรูปแบบ หากเลือกแบบ shared hosting จะมีค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด แต่จำเป็นต้องมีการใช้ทรัพยากรในเชิงเทคนิคร่วมกัน อาจจะทำให้ประสบปัญหาการดาวน์โหลดข้อมูลต่าง ๆ ล่าช้าได้ กูรูการตลาดแนะนำให้เลือกโฮสติ้งแบบมืออาชีพ เช่น WP Engine และ Cloudways ซึ่งเป็น hosting ที่มีระบบที่มีประสิทธิภาพและมีผู้เชี่ยวชาญดูแล Server ให้อย่างดี

2. การเลือกติดตั้งปลั๊กอิน

การทำเว็บไซต์ SEO จะใช้โปรแกรม WordPress ในการวิเคราะห์และพัฒนาคุณภาพขององค์ประกอบต่าง ๆ ในเว็บไซต์ ซึ่งหากมีการดาวน์โหลดปลั๊กอินมาใช้งานคู่กัน จะเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการมากขึ้นได้ แต่ก็ไม่ควรดาวน์โหลดปลั๊กอินเกิน 10 รายการ เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรของเครื่องและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายด้วย ตัวอย่างปลั๊กอินที่กูรูด้านการตลาดแนะนำ คือ คือ Yoast SEO สำหรับการวิเคราะห์ keyword และคุณภาพของบทความ Easy Social share buttons สำหรับการนำเสนอบทความลงไปในแพลตฟอร์มโซเชียลหลากหลายแบบพร้อมกัน เป็นต้น

3. การปรับขนาดและรายละเอียดรูปภาพ

การอัพเดทรูปภาพที่มีขนาดใหญ่มากเกินจำเป็น นอกจากจะเปลืองทรัพยากรในระบบทำให้ดาวน์โหลดช้าแล้ว ยังส่งผลลบต่อความประทับใจของผู้เข้ามาเยี่ยมชม website ด้วย แม้จะมีรูปถ่ายที่มีการกำหนดค่าความละเอียดสูง แต่ก็สามารถใช้โปรแกรมปรับให้รูปมีไฟล์เล็กลง ลดความละเอียดได้ เช่น โปรแกรม photoscape และ pixlr Express ซึ่งทั้งสองโปรแกรมมีข้อดี คือ ไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายในการใช้งาน การลดขนาดรูปให้มีไฟล์เล็กกว่า 200 KB จะช่วยให้ใช้เวลาในการดาวน์โหลดข้อมูลต่าง ๆ น้อยลงอย่างมาก และทำให้อันดับ SEO เพิ่มขึ้นจากความนิยมใช้งานของกลุ่มเป้าหมาย

เทคนิคในการเพิ่มความเร็วของเว็บไซต์

จะเห็นได้ว่าเทคนิคที่กล่าวมานั้น สามารถช่วยให้ระยะเวลาในการดาวน์โหลดข้อมูลน้อยลงได้ หากทำร่วมกันก็จะยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งการเพิ่มอันดับการสืบค้นจาก Google ในระบบ SEO ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้งาน จึงเพิ่มค่าปริมาณผู้ชมที่เข้ามาหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการต่าง ๆ บ่อยขึ้น ทำให้แบรนด์หรือเว็บไซต์เป็นที่จดจำได้เร็ว ส่งผลให้มียอดขายสินค้าและบริการที่สูงขึ้นตามมาในที่สุด

จะจ้างบริษัททำ SEO ทั้งที ต้องรู้รอบด้าน

จะจ้างบริษัททำ SEO ทั้งที ต้องรู้รอบด้าน

การทำเว็บไซต์ออนไลน์ในปัจจุบันได้รับความนิยมมาก เพราะเป็นช่องทางที่สร้างยอดขายได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหากมีการพัฒนาเว็บไซต์เป็นระบบ SEO หรือ search engine optimization ตามที่ Google กำหนดแล้ว ก็จะยิ่งทำให้มีอันดับสูงขึ้นในหน้าต่างการสืบค้น จึงเพิ่มอำนาจการแข่งขันเหนือเว็บไซต์อื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี

การเลือกบริษัททำ SEO ที่มีคุณภาพ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการหรือเจ้าของเว็บไซต์ควรมีความรู้พื้นฐานรอบด้านและมีความระมัดระวังในการเลือกบริษัทดังต่อไปนี้

1. ต้องรู้ธรรมชาติของผลลัพธ์ SEO

การทำ SEO เป็นการแก้ไขโครงสร้าง เชื่อมลิงก์และสะสมข้อมูลที่อัปเดตใหม่และถูกต้องตามเกณฑ์ของ Google จึงจะทำให้ระบบ algorithm วิเคราะห์ได้ผลที่ดีขึ้น จึงต้องใช้ระยะเวลาในการทำนานมากกว่า 1-2 เดือน และไม่สามารถที่จะล็อกอันดับของเว็บไซต์ได้ หากบริษัทรับจ้างทำ SEO บริษัทใดอ้างว่าสามารถทำให้อันดับสูงขึ้นได้ในเวลารวดเร็ว 1-2 สัปดาห์ และล็อกให้อยู่ในอันดับที่หนึ่งได้ตลอด ย่อมเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงอย่างแน่นอน

2. ลำดับในการพัฒนาเว็บไซต์ SEO

การพัฒนาเว็บไซต์แบบมืออาชีพ ต้องเริ่มมาจากส่วนพื้นฐาน คือ การปรับที่โครงสร้างของเว็บไซต์ ที่เรียกว่า On-Page SEO ซึ่งบริษัทส่วนใหญ่จะมีทีมงานที่มีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหานี้ และยังต้องมีการตรวจสอบความผิดพลาดในการเชื่อมโยงลิงก์ในอดีต ก่อนการเพิ่มข้อมูลใหม่ เช่น การผลิตสื่อหรือบทความ โดยเลือก keyword ที่เหมาะสม หากบริษัทมีขั้นตอนในการทำอย่างมืออาชีพ ก็มั่นใจได้ว่าอันดับเว็บไซต์ของคุณจะเพิ่มสูงขึ้น และสร้างยอดขายสินค้าที่ดีขึ้นได้อย่างยั่งยืน

3. ค่าใช้จ่าย

บริษัทรับทำ SEO จะมีการคิดค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันตามผลลัพธ์ที่การันตีและประสบการณ์ความชำนาญของทีมงาน ซึ่งธุรกิจแต่ละกลุ่มจะมีอัตราการแข่งขันที่มากน้อยต่างกัน เช่น การกระตุ้นการท่องเที่ยวหรือการโรงแรม การซื้อขายสินค้ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ สินค้าแฟชั่น ฯลฯ หากมีอัตราการแข่งขันสูงก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าและใช้ระยะเวลานานกว่าในการพัฒนาเว็บไซต์แบบ SEO หากต้องการได้ค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมที่สุด ควรจะสอบถามราคาเพื่อเปรียบเทียบระหว่างหลายบริษัท และพิจารณาบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด

4. สัญญาทางกฎหมาย

การทำ SEO โดยทั่วไปใช้ระยะเวลาในการเห็นผล (ทั้งด้านจำนวนลูกค้าและรายได้ที่เพิ่มขึ้น) ชัดเจนที่ระยะ 3-6 เดือนขึ้นไป และหากต้องการให้อันดับอยู่อย่างต่อเนื่องก็ต้องมีการทำอย่างสม่ำเสมอ จึงต้องมีการทำสัญญาที่ให้ผลทางกฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ในสัญญาควรจะมีการระบุชัดเจนว่า หากไม่สามารถทำได้ตามข้อตกลงร่วมกัน จะมีค่าชดเชยอย่างไรให้แก่เจ้าของเว็บไซต์บ้าง เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบในภายหลังด้วย

การเลือกบริษัททำ SEO ที่มีคุณภาพ

จะเห็นได้ว่า การเลือกบริษัททำ SEO จะต้องมีความรู้อย่างรอบด้าน ทั้งในการทำ SEO และในด้านกฎหมาย เพื่อลดความเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ และทำให้ได้รับประโยชน์จากการทำ SEO อย่างครบถ้วนในเวลาที่คาดหวัง จึงจะทำให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณเติบโตอย่างยั่งยืนได้ต่อไป

ค่าสถิติในการชมเว็บไซต์ เกี่ยวข้องกับการทำ SEO อย่างไร

ค่าสถิติในการชมเว็บไซต์ เกี่ยวข้องกับการทำ SEO อย่างไร

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคการพัฒนาเว็บไซต์ที่ทำให้อันดับในการสืบค้นสูงขึ้น เช่น เป็น Top5 Top10 ในหน้าแรก ไม่ว่าจะเป็น Yahoo หรือ Google โดยไม่ต้องเสียเงินค่าโฆษณาให้แก่ Search Engine เพียงแต่ต้องพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพเว็บไซต์เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และมีการประชาสัมพันธ์โดยการแนะนำบอกต่อในโซเชียล

การทำ SEO เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ทำธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ ที่จะช่วยให้มีอันดับในการสืบค้นที่ดีขึ้น นำมาซึ่งโอกาสในการขายได้สูงและมีลูกค้าประจำในระยะยาว ในการพัฒนาเว็บไซต์ จะมีค่าสถิติที่ระบบจะทำการคำนวณให้ เพื่อจะได้นำมาวิเคราะห์ประสิทธิภาพในการปรับปรุงเว็บไซต์ SEO ให้ดียิ่งขึ้น

ค่าสถิติ 3 ประเภทที่เกี่ยวข้องกับการทำเว็บไซต์ SEO ที่ควรทราบ คือ

1. ค่า CTR หรือ Click Through Rate เป็นสัดส่วนผู้สนใจคลิกเข้ามาชมในเว็บไซต์ของคุณ เมื่อมีการแสดงผลลัพธ์ในหน้าต่างการสืบค้น

เช่น เมื่อมีการพิมพ์หาเว็บไซต์ ด้วย Keyword ว่า ร้านขายดอกไม้รับปริญญาออนไลน์ จะปรากฏร้านขึ้นมา 10 ร้านในหน้าต่างการสืบค้น หากผู้ที่เห็นเว็บไซต์คุณคลิกเข้ามาชมก็จะทำให้ค่า CTR เพิ่มขึ้น หากมีการคลิกเข้ามาชมมาก หรือ CTR สูง ก็แสดงถึงมีโอกาสในการขายสินค้าได้มาก

การปรับปรุงเว็บไซต์ให้ค่า CTR เพิ่มขึ้น เริ่มจากการเลือกใช้หัวข้อที่เหมาะสม การใช้ Keyword ที่ตรงกับการสืบค้น หากมีส่วน Meta Description บรรยายเพจคร่าว ๆ ก็จะทำให้มีผู้คลิกเข้ามาอ่านเนื้อหาในเว็บไซต์ของคุณมากยิ่งขึ้น

2. ค่า Time On Site หมายถึงช่วงเวลา หรือความยาวนานที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายคลิกเข้ามาอ่านบทความในเว็บไซต์ของคุณ เปรียบเทียบว่าคนที่เข้ามาอยู่ในเพจเพียงแค่ระยะเวลาสั้น ๆ 5-10 วินาทีแล้วก็คลิกออกไป ย่อมแสดงถึงเนื้อหาที่น่าสนใจน้อยกว่าเพจที่ทำให้ผู้ชมอยู่ได้ยาวนาน 5-10 นาที

ค่า Time On Site ที่มากขึ้น แสดงถึงการมีเนื้อหาสาระที่ตรงใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากขึ้น โอกาสในการขายก็ย่อมสูงขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง ซึ่งการเพิ่มค่านี้ทำได้จากการผลิตบทความที่มีเนื้อหาสาระชัดเจน ภาษาเหมาะสมและไม่มีการคัดลอกจากแหล่งอื่น

3. ค่า Bounce Rate คือ เป็นอัตราส่วนที่แสดงถึงความน่าสนใจของเนื้อหาบทความนั้น ๆ หากบทความมีเนื้อหาที่น่าสนใจมาก ก็จะทำให้คนไม่คลิกเปลี่ยนหน้าไปเพจอื่น ทั้งนี้ อาจเกิดจากมีภาพประกอบ หรือคลิปที่โดดเด่นในหน้านั้นก็เป็นได้ ดังนั้น หากพัฒนาเว็บไซต์ SEO แล้วทำให้ค่าสถิตินี้ดีขึ้น ก็แสดงว่าคุณมาถูกทางแล้ว

จะเห็นได้ว่า ค่าสถิติทั้ง 3 ประเภทนี้ มีความหมายต่อการพิจารณาปรับปรุงเว็บไซต์ SEO ที่มุ่งเน้นให้มีค่าตัวเลขสถิติที่ดียิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจให้แก่คู่แข่งรายอื่น

ค่าสถิติ 3 ประเภทที่เกี่ยวข้องกับการทำเว็บไซต์ SEO

ข้อดีข้อด้อย ของการทำ SEO ให้กับธุรกิจ

ข้อดีข้อด้อย ของการทำ SEO ให้กับธุรกิจ

การทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรก หรือเพื่อให้เป็นอันดับต้นๆ ในการค้นหา มีปัจจัยหลายอย่าง โดยอันดับแรกเราจำเป็นจะต้องกำหนดทิศทาง และกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน เนื่องจากเมื่อเรากำหนดแนวทางที่ชัดเจนได้แล้วนั้น เราจะสามารถกำหนดคีย์เวิร์ด เพื่อที่จะสามารถช่วยให้ SEO ของเราได้ผลดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

และในการทำ SEO นั้น ก็มีทั้งข้อดี ข้อด้อย ดังนั้นเราจึงต้องศึกษาและวางแผนให้ดีเพื่อที่จะสามารถรับมือ และสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที เรามาดูกันว่า ข้อดี และข้อด้อยในการทำ SEO นั้นมีอะไรกันบ้าง

ข้อด้อยของการทำ SEO

การติดอันดับในหน้าแรกอาจไม่ได้ผล

การติดอันดับ 1 ใน 3 นั้นเป็นสิ่งที่คนทำเว็บต้องการเนื่องจากคนที่ต้องการค้นหาข้อมูลส่วนใหญ่ต้องการที่จะค้นหาและสนใจใน 3 ที่มาแรกของข้อมูลเท่านั้น และก็ไม่ง่ายเลยที่ข้อมูลนั้นจะติดหน้าแรก Google มีการปรับเปลี่ยนได้ตลอดอีกทั้งมีคู่แข่งหลายเจ้าด้วยกันที่ต้องการทำการตลาดด้วยการทำ SEO ที่เข้มข้นมากขึ้น

มีค่าใช้จ่ายในการทำ SEO

การที่จะทำข้อมูลแบบ SEO นั้นสิ่งที่ผู้ทำเว็บจะต้องทำคือการเสียค่าใช้จ่ายจากการทำ SEO มีทั้งที่เป็นรายเดือน รายหกเดือนหรือเป็นรายปีแล้วแต่ความต้องการของผู้ใช้เว็บแต่บางครั้งก็ไม่ได้การันตีว่าจะติดอันอับเนื่องจากต้องอาศัยปัจจัยต่าง ๆ มากมายในการทำ SEO ให้ติดอันดับ

การทำ SEO ที่ดีอาจใช้เวลานาน

การที่ทำ SEO ในตอนแรกจะไม่ได้เห็นผลลัพธ์รวดเร็วเหมือนการทำการโปรโมทอื่น ๆ ต้องใช้เวลาในการทำพอสมควร โดยต้องมีการอัพเดทข้อมูลที่เป็นประโยชน์การปรับแต่งข้อมูลที่ดีอย่างต่อเนื่องซึ่งเตรียมปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของ Google ด้วย
จะต้องพัฒนาต่อเนื่องโดยไม่สามารถหยุดได้

เมื่อได้ทำการทำเว็บไซต์อย่างเป็นระบบอย่างการทำ SEO แล้วนั่นแปลว่าเว็บไซต์จะต้องมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและไม่สามารถที่จะหยุดการพัฒนาได้ ดังนั้นการที่จะลงทุนในการจ้างงานทำ SEO จะต้องมีการวางแผนที่ดี

ข้อดีของการทำ SEO

สร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าและบริการ

จากการที่เป็นที่นิยมและติดอันดับในการค้นหา ทำให้มีกลุ่มคนดูมากขึ้น จึงเป็นที่น่าสนใจและมีความน่าเชื่อถือในการเข้าชมเว็บไซต์ที่มีผลต่อภาพลักษณ์และยอดขายที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

มีความเป็นมืออาชีพ

การที่มีการปรับแต่งภาพลักษณ์ที่ดีตามข้อกำหนดในการค้นหา ทำให้เว็บไซต์ที่ดีเป็นประโยชน์รองรับผู้เข้าชมได้มากขึ้น มีความเป็นมืออาชีพในการทำสินค้าหรือบริการที่ดีมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สร้างภาพลักษณ์การเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นโดยเฉพาะ

ประหยัดงบประมาณในการทำการตลาด

ในการทำ SEO ที่ดีจะสามารถช่วยในการประหยัดงบประมาณมากกว่าที่จะเสียค่าโฆษณาอื่น ๆ ทั้งนี้จะต้องวางแผนให้ดีในเรื่องของเว็บไซต์ คอนเทนต์ คีย์เวิร์ด และระบบการทำงานของ UI (User Interface) ในการค้นหาข้อมูลของลูกค้า

ทำให้การแข่งขันมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การทำเว็บไซต์ที่เป็นที่ต้องการของกลุ่มลูกค้าเพื่อเพิ่มยอดการรับชมเว็บไซต์ ที่สำคัญคือ การทำ SEO จะทำให้เว็บไซต์และการบริการมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้ดูมีความน่าเชื่อถือพร้อมภาพลักษณ์ที่ดี ทำให้มีโอกาสมากขึ้นในการแข่งขันทางการตลาด

การทำ SEO มีทั้งข้อดี และข้อด้อย เจ้าของเว็บไซต์จะต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนที่จะทำ เนื่องจากมีทั้งเรื่องของค่าใช้จ่ายที่อาจเหมาะกับบางธุรกิจและอาจไม่ได้ผลในชั่วข้ามคืน แต่หากไม่หยุดพัฒนา เว็บไซต์ก็จะอยู่ในมาตรฐานและสามารถรักษาอันดับในผลการค้นหาได้อย่างต่อเนื่อง

การติดอันดับในหน้าแรกอาจไม่ได้ผล

ประโยชน์ของ E-mail Marketing ให้เว็บติดอันดับหน้าแรกในการทำ SEO

ประโยชน์ของ E-mail Marketing ให้เว็บติดอันดับหน้าแรกในการทำ SEO

ทุกวันนี้การใช้โซเชียลมีเดียเป็นที่นิยมแพร่หลายเพราะเป็นวิธีการที่ติดต่อกับลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและมีต้นทุนต่ำ ทำให้รูปแบบการใช้อีเมลดูเหมือนจะไม่ทันสมัยเอาเสียเลย แต่ความจริงแล้วยังคงมีประโยชน์อย่างสำคัญ ส่งผลในทางบวกต่อการเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหา (SEO) เพียงแต่ต้องปรับวิธีการให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม การโฆษณาทางอีเมลเป็นช่องทางการทำการตลาดออนไลน์ที่เพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บไซต์และสร้างยอดขายสินค้าและบริการได้มากขึ้น พร้อมกับช่วยให้เว็บไซต์อยู่ในอันดับที่ดีขึ้นได้ ด้วยวิธีการเหล่านี้

1.ปรับแต่งเนื้อหาอีเมล

คัดกรองลูกค้าโดยพิจารณาความสนใจส่วนบุคคล แจ้งข่าวที่ตรงกับประวัติและความสนใจของลูกค้าเป้าหมาย เช่น ผู้รับชอบทำกิจกรรมวันหยุด จดหมายข่าวที่ส่งไปควรเป็นสินค้าหรือบริการที่มีแนวโน้มขายได้ เช่น โฆษณาเตาย่างบาร์บีคิว อุปกรณ์ทำสวน ผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้าน ข่าวสารต้องเน้นใจความสำคัญและนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเพื่อดึงดูดใจให้เข้าชมเว็บไซต์ของร้านค้า ช่วยขยายผล SEO ที่เป็นบวกมากขึ้น

2.เชื่อมโซเชียลมีเดียกับอีเมล

การตลาดทางอีเมลอย่างเดียวไม่มีประสิทธิภาพมากพอ ควรมีลิงก์โซเชียลมีเดียเข้ากับอีเมลเป็นวิธีที่ดีสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ชอบแสดงความคิดเห็นและแชร์ข้อมูลได้ง่าย ๆ เนื้อหาอีเมลกระชับและน่าสนใจ กระตุ้นให้คนที่อ่านอีเมลสนใจเข้าไปอ่านเพิ่มเติมและแบ่งปันเนื้อหากับแพลตฟอร์มโซเชียลอื่น ๆ โดยมีลิงก์กลับมายังเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บได้อีกด้วย

3.เก็บเนื้อหาอีเมล Email Marketing ทั้งหมดในเว็บไซต์

เมื่อส่งโพสต์บล็อกหรือบทความทางอีเมลแล้ว ควรโพสต์เนื้อหาทั้งหมดลงในเว็บไซต์ ในกรณีที่มีปัญหาเปิดอ่านอีเมลบนอุปกรณ์มือถือไม่ได้ รวมถึงเป็นช่องทางสำรองสำหรับคนส่วนใหญ่ที่ไม่ค่อยเปิดกล่องจดหมาย แต่นิยมค้นหาข้อมูลในเครื่องมือค้นหามากกว่า ทำให้พบเนื้อหาน่าสนใจที่โพสต์ในเว็บไซต์ได้ง่าย ดังนั้นควรเลือกใช้คีย์เวิร์ดหลักทั้งในจดหมายข่าวและในหัวเรื่องบทความซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาบทความที่เกี่ยวข้องได้ดีขึ้น

ประโยชน์ของ E-mail Marketing

4.บริหารรายชื่อกลุ่มเป้าหมายในอีเมล

ตรวจสอบและคัดกรองรายชื่อในอีเมลเป็นประจำ เก็บชื่อผู้รับที่เปิดอ่านอีเมลและคลิกเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ พร้อมทั้งปรับปรุงเนื้อหาคอนเทนต์ให้ถูกใจ สร้างความสนใจในสินค้าและบริการเพื่อให้คลิกเข้าอ่านเนื้อหาออนไลน์ในภายหลัง เพิ่มคะแนนของการทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์จัดลำดับดีขึ้น ส่วนคนที่ไม่เคยมีส่วนร่วมเลย เช่น ไม่เคยเปิดอ่านอีเมล ไม่คลิกลิงก์เข้าไปในเว็บไซต์ ให้ใช้ระบบการตลาดอัตโนมัติคัดรายชื่อคนกลุ่มนี้ออกไป ปัจจุบันมีเครื่องมือทางการตลาดมากมาย เช่น Salesforce Pardot เป็นระบบส่งอีเมลที่เช็คได้ว่าผลตอบรับเป็นอย่างไร รู้แน่ชัดว่าใครสนใจอ่านและคลิกลิงก์เข้าชมเว็บไซต์ การวิเคราะห์การตอบรับแบบนี้ช่วยพัฒนาการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำรายชื่อลูกค้าที่เปิดอ่านอีเมลและเข้าเว็บไซต์มาติดตามขยายผลต่อไป

5.สร้างความพอใจให้แชร์กันต่อ

จุดประสงค์ของการทำการตลาดผ่านอีเมลคือสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและเพิ่มโอกาสการขาย จึงไม่ควรใช้วิธีระดมส่งอีเมลมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเสี่ยงถูกแจ้งเป็นสแปม ควรใช้อีเมลเป็นช่องทางแจ้งจดหมายข่าวพร้อมกับสร้างลิงก์กลับไปเว็บไซต์และกระตุ้นให้ผู้อ่านแชร์ข้อมูลออกไปให้ผู้คนเห็นมากมาย ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะคลิกเข้ามาอ่านในเว็บมากขึ้น ช่วยทำ SEO ให้เว็บไซต์ขึ้นอันดับที่ดีขึ้น

ทำไมการตลาดรุ่นใหม่จึงต้องทำ SEO

การทำ SEO จึงเป็นเทคนิคการประชาสัมพันธ์นักธุรกิจที่จะทำการตลาดในปัจจุบัน นิยมใช้ช่องทางออนไลน์เพราะให้ความสะดวกรวดเร็วและใช้ต้นทุนที่ต่ำ ไม่จำเป็นต้องเช่าพื้นที่หน้าร้านก็ได้ลูกค้าจากในและต่างประเทศได้ ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ตลอด 24 ชั่วโมง

การทำ SEO จึงเป็นเทคนิคการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ที่มีคนศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้อย่างมาก ผู้ที่ทำการตลาดรุ่นใหม่ที่ต้องการประสบความสำเร็จทั้งด้านยอดขายและผู้ติดตาม จึงควรทำการศึกษาตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อที่จะแข่งขันกับคู่แข่งทางการค้ารายอื่นได้ดีขึ้น

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพของเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ Search Engine อย่าง Yahoo และ Google กำหนดไว้ ได้แก่

1. การทำบทความ SEO ที่มีเนื้อหาน่าสนใจให้ประโยชน์แก่ผู้อ่าน มีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างประเทศ ข่าวสารมีความทันสมัยและไม่มีการคัดลอกทำซ้ำจากแหล่งอื่น

2. การเลือก Keyword ที่เหมาะสมกับสินค้า และผ่านการวิจัยว่าตรงกับที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายพิมพ์ค้นหาในช่อง Search ของ Search Engine เพื่อให้มีโอกาสถูกสืบค้นเจอได้มากขึ้น ทั้งนี้ มีสองแบบ คือ Short Tail และ Long Tail Keywords ที่คุณเลือกใช้ได้ โดยปัจจุบันแนะนำให้ใช้เป็น Long Tail Keyword คือ การใช้ Keyword ผสมกันหลายคำ เพื่อให้ได้กลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น เช่น ใช้ คำว่า ร้านขายดอกไม้ออนไลน์ราคาถูกกรุงเทพ แทนการใช้คำว่า ร้านดอกไม้ออนไลน์ เป็นต้น

3. การผลิตสื่อมัลติมีเดียที่ช่วยส่งเสริมการขายได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ ควรเลือกพรีเซ็นเตอร์ที่มีบุคลิกน่าสนใจ มีเทคนิคการพูดเชิญชวนหรือรีวิวสินค้าที่เป็นข้อเท็จจริง ฯลฯ จะทำให้ได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในการเข้ามาชม และสอบถามข้อมูลสินค้ามากกว่า การถ่ายเป็นภาพประกอบ หรือเป็นบทความที่มีเนื้อหายาว ทั้งนี้ มีการศึกษาพบว่า กลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตยุคปัจจุบัน จะใช้เวลาในการอ่านข้อมูลเพียงแค่ 3 ถึง 5 นาที เท่านั้น การที่มีเนื้อหายาวมากเกินไปก็จะไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร

4. การเชื่อมโยงลิงก์ของเว็บไซต์ภายนอกเข้ามาสู่เว็บไซต์ทางธุรกิจของคุณ จะทำให้ได้ขยายฐานลูกค้าเป็นวงกว้างมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ เช่น การไปตอบคำถามเกี่ยวกับสินค้าและบริการในห้องแชทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใน Facebook ห้องคุยในสังคม Pantip หรือเว็บไซต์ต่างประเทศ หากคุณสามารถแสดงความรู้เกี่ยวกับสินค้าและบริการที่กลุ่มคนในห้องแชทกำลังให้ความสนใจ พร้อมกับแนบ Link เว็บไซต์ของคุณได้ ก็มีโอกาสสูงที่จะได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทำไมการตลาดรุ่นใหม่จึงต้องทำ SEO

จะเห็นได้ว่า เทคนิคการทำ SEO ที่กล่าวมา หากผสมผสานและปรับใช้กับสินค้าและบริการอย่างเหมาะสม จะทำให้เว็บไซต์มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หวังว่าบทความนี้ จะทำให้คุณสามารถปรับใช้ SEO กับธุรกิจ เพื่อให้เติบโตดีบรรลุเป้าหมายมากยิ่งขึ้น

มารู้จักการเลือกคีย์เวิร์ดสำหรับการทำ SEO

SEO อย่างมีคุณภาพ สำคัญแค่ไหนกับธุรกิจออนไลน์ 2018

มารู้จักการเลือกคีย์เวิร์ดสำหรับการทำ SEO

SEO เป็นสิ่งจำเป็น สำหรับการทำธุรกิจออนไลน์ ในปี 2018 ไม่ว่า สินค้า จะเป็นรูปแบบใด จับต้องได้เป็นรูปธรรมหรือไม่ สำคัญคือต้อง ต้องตา และ ต้องใจ หรือ touchable ได้ จึงจะมีโอกาสรักษาฐานลูกค้ากลุ่มเก่าและเพิ่มเปอร์เซ็นต์ลูกค้ากลุ่มใหม่ นำมาซึ่งรายได้และส่วนต่างกำไรที่สูงขึ้น ทั้งนี้ เราจะเห็นได้ว่าการทำ SEO หรือ Search Engine Optimization มีความสำคัญในการทำให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย สามารถค้นหาธุรกิจเรา หรือเจอหน้าเพจ (website หรือ page) ในหน้าแรกของการค้นหาทางเครื่องมือออนไลน์ เช่น กูเกิ้ล (google) , บิง (bing) ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ size เล็กหรือใหญ่ การใส่ใจ SEO จึงเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้

มารู้จักการเลือกคีย์เวิร์ดสำหรับการทำ SEO

ทั้งนี้ การเลือกคีย์ หรือ keyword สำหรับการทำ SEO ควรต้องศึกษาตลาดก่อนว่า กลุ่ม target ที่เราต้องการขายสินค้าหรือบริการให้นั้นนิยม search ด้วยคำว่าอะไรบ้าง ซึ่งเราเรียกว่าเป็นการวิจัยคีย์ พร้อมกับต้องพิจารณาด้วยว่าคู่แข่งทางธุรกิจประเภทเดียวกับเรา ทำ adwords โฆษณาจากคีย์คำนั้น ๆ มากน้อยเพียงใด ก็จะมีเปอร์เซ็นต์ที่ธุรกิจเราจะนำมาต่อยอดทำ SEM ที่มีประสิทธิภาพในเชิงการตลาดได้อีกมาก ในส่วนของการตั้งชื่อ URL หรือหน้าลิ้งค์ที่จะเชื่อมโยงมาสู่หน้า content ของคีย์เวิร์ดที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายสนใจ ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกับ SEO ทั้งนี้กูรูด้าน SEO แนะนำให้ตั้งชื่อ URL ที่มีความยาวของตัวอักษรเหมาะสม ไม่สั้นหรือยาวเกินไป คือ 100 ตัวอักษร ให้คำที่ตรงประเด็นและตรงกับคีย์ของเพจมากที่สุด จึงจะได้ประโยชน์ในเชิงการค้นหาด้วย บอท ของ search engine นั้น ๆ

ในตัวเนื้อหาหรือคอนเท้นต์ ที่มีการผลิตโดย content marketing , content creator หรือ copywriter ก็ตาม ต้องใส่ใจรายละเอียดของเนื้อหาที่ต้องให้ประโยชน์แก่ลูกค้าที่เข้ามาอ่าน การทำ SEO ไม่ใช่การเน้นใส่แต่คีย์ เช่น วิธีคลายเครียด ควรมีเนื้อหาที่เป็นข้อแนะนำหรือวิธีคิดในการคลายเครียดมากกว่า 60 เปอร์เซนต์ ซึ่งหากภายในเนื้อหา content เกินครึ่งหนี่ง กลับเป็นเรื่องราวของผลิตภัณฑ์อาหารเสริม อย่างนี้ ผู้ที่เข้ามาชมเนื้อหาก็จะได้สิ่งที่ ไม่ตรงกับความต้องการ และก็จะทำการ BLOCK หรือทำให้เพจของธุรกิจกลายเป็น Blacklist ที่จะไม่เข้ามาชมอีกต่อไป

SEO อย่างมีคุณภาพ สำคัญแค่ไหนกับธุรกิจออนไลน์ 2018

ทั้งนี้ยังรวมถึงลักษณะของภาษา ความน่าเชื่อถือ หรือ ความเป็นวิชาการ ของเนื้อหาที่ทำ SEO ที่ต้องเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย จะ touch ลูกค้าได้ ต้องรู้ว่าผู้อ่านส่วนใหญ่เป็นใคร ต้องการข้อมูลที่มีการอ้างอิงที่มาที่ไป ตัวเลขสถิติหรือเป็นกลุ่มที่ต้องการความรวดเร็วในการอ่านข้อมูลที่แม้จะใช้เวลา 3 – 5 นาที ก็ต้องมี คุณภาพ ในเนื้อหาเพียงพอที่จะทำให้ลูกค้าไม่รู้สึกว่าเป็นการ เสียเวลา หรือ หลอกลวง ลูกค้า ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของธุรกิจ เพราะcontentในเพจต่าง ๆ เป็นเหมือน PR ที่เราคัดเลือกมาแล้วให้เป็นตัวแทนของแบรนด์ธุรกิจนั่นเอง

หัวใจสำคัญของ SEO

การทำ SEO ด้วยตัวเองไม่จำเป็นต้องรู้มากก็ทำให้ดีได้

มือใหม่หลายคนสนใจทำ SEO ให้เว็บไซต์ติดอันดับหน้าแรกๆ ในการแสดงผลค้นหาบนกูเกิล เพราะมั่นใจว่าการโชว์สินค้าหรือบริการในหน้าแรกๆ จะทำให้คนเข้ามาชมเว็บไซต์ของคุณเพื่อค้นหาข้อมูลและเข้ามาดูรายละเอียดได้เร็วขึ้น ยิ่งอยู่ในอันดับที่ดียิ่งมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ เพราะลูกค้าเห็นเราก่อน ย่อมมีโอกาสตัดสินใจซื้อง่ายกว่า เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะถ้ามีคู่แข่งที่อยู่ในตลาดเดียวกันแล้วขึ้นอันดับมาก่อนเรา คู่แข่งก็มีโอกาสขายได้มากกว่า ทำลายโอกาสทางธุรกิจของคุณโดยไม่รู้ตัว

ข้อดีของการทำSEO ทำให้เว็บไซต์ต่างๆ พยายามใช้เป็นช่องทางโปรโมทการตลาดออนไลน์ให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักมากขึ้น ถามว่าทำแล้ววัดผลอย่างไร จะรู้ได้อย่างไรว่าทำ SEO แล้วจะเพิ่มจำนวนคนเข้าชมเว็บมากขึ้น โดยปกติใช้เวลานานเอาเรื่องเหมือนกัน เพราะมีกลไกหลายอย่างประกอบกันและทางเว็บกูเกิลเองก็ควบคุมการทำตลาดในลักษณะที่คล้ายกับสแปมด้วย จึงต้องอาศัยการอัพเดทข้อมูลและคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ ระยะเวลารู้ผลอย่างน้อยก็ต้องผ่านไป 3-4 เดือนแล้ว จึงจะรู้ผลที่ทำไปว่าดีหรือไม่ดี ช่วยขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นจริงๆ หลังประเมินวัดผลแล้วแนะนำปรับปรุงแก้ไขอีกเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการชักชวนคนเข้ามาดูเว็บไซต์มากขึ้น ผลักดันยอดขายให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หัวใจสำคัญของ SEO

เทคนิคการทำและหัวใจสำคัญของ SEO

มาถึงวิธีการทำบ้าง หัวใจสำคัญของการทำ SEO เป็นเรื่องของการออกแบบเว็บซึ่งเป็นหน้าเป็นตา ถ้าเว็บสวย ใช้ง่าย ดาวน์โหลดไม่นาน แน่นอนว่าเป็นเหมือนผู้หญิงที่ทั้งสาว สวย และฉลาด เป็นใครก็ต้องแวะเวียนไปมาหาสู่บ่อยๆ เราควรพัฒนาเนื้อหาให้มีคุณภาพ ทั้งในเรื่องความรู้ ความคิด ลีลาการเขียนน่าสนใจ ข้อมูลใหม่และมีความหลากหลายของเนื้อหา พยายามดูผลตอบรับจากลูกค้าแล้วปรับแต่งเนื้อหาให้สอดคล้องกับความสนใจที่เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น อย่าลืมแทรก Keyword และ Meta Descroption อย่างเหมาะสม ซึ่งมีเทคนิคง่ายๆ มาแนะนำกัน ไม่ต้องมีความรู้ก็ทำได้ อย่างน้อยต้องรู้ว่าจะใช้ Keyword อย่างไรทำให้ตรงกับการค้นหาของลูกค้าเป้าหมาย นำมาใส่ในบทความให้อ่านแล้วเป็นธรรมชาติ มีความหมายสอดคล้องกับเนื้อหา จำนวนไม่มากหรือน้อยเกินไป 2-4 คำ โดยเฉพาะย่อหน้าแรกควรแทรก Keyword ภายในช่วงระยะ 100 คำแรก ถ้าต้องการเน้นสินค้าเฉพาะรุ่น ควรใช้คีย์เวิร์ดที่มีลักษณะเป็นกลุ่มคำแทนคำเดียว เช่น “ดื่มน้ำผลไม้ ลดน้ำหนัก” แทนคำว่า “ดื่มน้ำผลไม้” เพียงคำเดียว บนหน้าเว็บไซต์ก็ใส่ Keyword สำคัญในแต่ละหน้าได้ โดยล็อกอินเข้าเมนู “ตั้งค่าสำหรับ SEO” กรอกรายละเอียดของคีย์เวิร์ดและ Meta Descroption

โดยอธิบายรายละเอียดของเว็บไซต์ให้ผู้คนได้อ่านและเข้าใจรายละเอียดว่าเว็บไซต์ของเราคืออะไร ไม่ควรสั้นยาวเกินไป ปกติจะมีความยาวไม่เกิน 200 อักษร ถ้าเนื้อหาตรงกับความสนใจ ผู้ค้นหาจะคลิกหน้าเว็บไซต์เข้ามาอ่านข้อมูลต่อไป อาจจะไม่เกี่ยวกับการจัดอันดับโดยตรง แต่ช่วยเรียกคนเข้าเว็บมากขึ้นแน่นอน

SEO หลักสำคัญ

SEO คือคำตอบการทำเว็บ

ข้อดีของการทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ด้วยวิธีประหยัด

ทุกวันนี้การโปรโมทธุรกิจด้วยสื่อโซเชียลมีเดียนับว่าเป็นช่องทางการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ประหยัดวิธีหนึ่ง ช่วยสร้างธุรกิจให้เติบโตได้รวดเร็ว เพราะเป็นช่องทางการสื่อสาร 2 ทางที่ไม่เพียงส่งข้อมูลข่าวสารไปยังผู้บริโภคเท่านั้น ยังรับฟังความต้องการและความเห็นของลูกค้า สามารถมัดใจลูกค้าให้อยู่หมัดอย่างรวดเร็วและตรงจุดที่สุด วิธีการทำ SEO เป็นกลยุทธ์การใช้สื่อสังคมในการทำตลาดออนไลน์เพื่อให้มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น มีจำนวนลูกค้ามากขึ้น แน่นอนที่สุดว่าหลายคนเห็นประโยชน์ในแง่ประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด เพราะเราสามารถโฆษณาผ่านเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และเว็บไซต์โดยเสียค่าใช้จ่ายน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการทำตลาดด้วยวิธีอื่นๆ ช่วยให้ได้ลูกค้าตรงตามเป้าหมายที่ต้องการด้วย

ด้วยเทคนิคการทำ SEO ส่งผลให้เว็บไซต์ไต่อันดับไปอยู่ในหน้าแรกๆ ของการค้นหาในเสิร์จเอนจินอย่างกูเกิล สร้างจุดเด่นและความได้เปรียบเหนือบรรดาคู่แข่ง เมื่อคนสนใจเข้ามาดูกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์และยอดกดไลค์ กดแชร์ จำนวนมากสะท้อนความนิยม ผลกระทบที่ตามมาคือภาพลักษณ์ที่ดีและความน่าเชื่อถือที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะคนส่วนใหญ่ชอบการสื่อสารที่ง่ายและรวดเร็ว การทำคลิปวิดีโอจึงได้รับความสนใจมากกว่าเนื้อหาบทความเสมอ ดังนั้น การทำ SEO ต้องอาศัยมืออาชีพเข้ามาช่วยให้บทความมีเนื้อหาน่าอ่านชนิดที่ว่าไม่ว่าใครก็ไม่ปล่อยให้ผ่านหูผ่านตาไป ถ้อยคำกระชับเข้าใจง่าย สื่อความหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอสอีโอ เป็นตัวสำคัญของการทำเว็บ

ใจความสำคัญของเว็บไซต์ มันอยู่ที่เนื้อหา

เนื้อหาในเว็บไซต์คือหัวใจสำคัญของการสื่อสาร ใจความหลักของบทความไม่เพียงเรียบเรียงให้น่าสนใจ ชวนให้อยากอ่านเท่านั้น แต่ต้องสะกดคำถูกต้อง มีการวางรูปแบบที่สวยงามและจัดเรียงตามหมวดหมู่อย่างเป็นระเบียบ คอนเทนต์เหล่านั้นต้องตอบคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่ลูกค้าสนใจอยากรู้ สามารถกระตุ้นความต้องการในเรื่องของสินค้าและบริการ ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ทำความรู้จักกับลูกค้าดีขึ้น การทำ SEO ในเว็บไซต์เพิ่มโอกาสธุรกิจและช่องทางเข้าถึงลูกค้ารายใหม่มากขึ้นเท่าไรก็ส่งผลต่อการจัดอันดับให้ขยับมาอยู่เป็นแนวหน้ามากขึ้นเท่านั้น ประหยัดกว่าวิธีการเดิมๆ ที่โฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์และสิ่งพิมพ์ต่างๆ อย่างไรก็ดี การทำคอนเทนต์สำหรับโซเชียลมีเดียต้องมีรูปแบบที่เหมาะสมกับลักษณะของเทคโนโลยีใหม่ด้วย ควรเลือกใช้ถ้อยคำจำกัด กระชับ เพื่อให้เหมาะกับการแสดงผลหน้าเพจบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ

โลกการสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตไม่จำกัดด้วยพื้นที่ สามารถขยายฐานลูกค้าไปยังประเทศต่างๆ ได้ง่าย โปรโมทสินค้าและบริการใหม่อย่างต่อเนื่องโดยใช้ต้นทุนน้อยกว่าการทำโฆษณาแบบอื่น ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์แบบบทความหรือคลิปวิดีโอก็ตาม การทำให้เว็บติดอันดับต้นๆ เป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ลูกค้าเข้ามาติดตามสินค้าและบริการมากขึ้น ยิ่งมีผู้ชมมาก การจัดอันดับก็จะยิ่งดี การแสวงหาคอนเทนต์ดีๆ และปรับเทคนิคดูแลเว็บไซต์ให้น่าสนใจตลอดเวลาจะช่วยปรับปรุงเนื้อหาเพื่อแข่งกันทำ SEO ให้ติดหน้าแรกของกูเกิลอยู่ตลอดเวลา เสริมศักยภาพการแข่งขันให้ธุรกิจเติบโตแซงหน้าคู่แข่งสูงขึ้นเรื่อยๆ

Best Content

seo business

ประโยชน์ที่ Startup จะได้รับจากการทำ SEO

ในเมื่อการทำ SEO กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะสามารถช่วย Startup ได้อย่างแท้จริง ส่งผลทำให้ Startup ส่วนใหญ่ ต้องเลือกที่จะทำ SEO ให้เกิดความสมบูรณ์แบบอย่างมากที่สุด ในเมื่อหน้าบ้านของพวกเขามาในรูปแบบของเว็บไซต์หรือแม้กระทั่งแฟนเพจ หากมีความสมบูรณ์และมีคุณภาพมากพอ และยังคงได้มีการจัดทำ SEO ร่วมด้วย ต้องขอบอกเลยว่า ความสำเร็จทางด้านที่จะทำให้มีผู้คนได้รู้จักบริษัทหรือ Startup มากยิ่งขึ้น นับได้ว่าเป็นความสำเร็จที่อยู่ไม่ไกลอย่างแน่นอน นอกจากนี้การทำ SEO ยังคงมีประโยชน์ต่อ Startup อีกมากมายหลากหลายข้อด้วยกัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความรู้ SEO ที่ Startup ส่วนใหญ่ไม่ควรพลาด

เจาะลึกเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี – รู้หรือไม่ว่า การทำ SEO คีย์เวิร์ดที่ได้มีการวิเคราะห์ออกมาเป็นอย่างดีแล้ว จะช่วยทำให้ Startup เป็นที่รู้จักได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยผู้ค้นหาส่วนใหญ่จะมีความต้องการในตัวสินค้า หรือแม้กระทั่งบริการอยู่แล้ว โอกาสที่จะมีกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงเว็บไซต์ได้มากยิ่งขึ้น ย่อมมีเยอะขึ้นตามไปด้วย

การลงทุนระยะยาวที่มาพร้อมกับความคุ้มค่า – การที่ Startup เลือกจะทำ SEO ถือได้ว่าเป็นการลงทุนที่สุดแสนจะคุ้มค่าเป็นอย่างมาก เพราะแต่ละคีย์เวิร์ดที่ได้เลือกทำ ย่อมมีต้นทุนที่ชัดเจนอยู่เสมอ และยังคงไม่ผันแปรไปตามปัจจัยต่าง ๆ อีกด้วย และนี่ก็คืออีกหนึ่งความรู้ SEO อีกหนึ่งข้อ ที่ Startup บางคนอาจจะยังไม่รู้

เป็นการเปิดโอกาสให้กับตนเอง – สำหรับเว็บไซต์เปิดใหม่ส่วนใหญ่ ยังคงมีโอกาสที่จะติดหน้าแรกของกูเกิลได้เช่นเดียวกัน หากได้ทำ SEO ด้วยแล้ว ย่อมเป็นเส้นทางที่จะทำให้ Startup ได้สร้างโอกาสดี ๆ ให้กับกลุ่มเป้าหมายและตนเองได้มากยิ่งขึ้น

ได้นำเสนอจุดแตกต่างที่ดีกว่าธุรกิจอื่น ๆ – คนรุ่นใหม่กับสิ่งใหม่ ๆ ที่แตกต่าง ย่อมเป็นธุรกิจ Startup ที่น่าสนใจและยังคงสามารถตอบโจทย์ได้ดีอีกด้วย เพราะฉะนั้น หาก Startup ได้ติดหน้าแรกของกูเกิล ย่อมมีโอกาสในการนำเสนอข้อแตกต่าง ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเด่นและจุดแข็งของธุรกิจให้กับกลุ่มเป้าหมายได้รับรู้ ส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคตอันใกล้เช่นกัน

นอกจากนี้ ยังคงมีความรู้ SEO อีกมากมาย ที่ Startup ส่วนใหญ่อาจจะยังคงไม่รู้ โดยเฉพาะการทำ SEO มีผลดีต่อพวกเขาอย่างแน่นอน ด้วยประโยชน์ที่มากมายเช่นนี้ ย่อมทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จได้ง่ายยิ่งขึ้น หาก Startup สนใจและหันมาเน้นย้ำไปกับการทำ SEO ตั้งแต่แรกเริ่ม โอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว ย่อมอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน