ค่าสถิติในการชมเว็บไซต์ เกี่ยวข้องกับการทำ SEO อย่างไร

ค่าสถิติในการชมเว็บไซต์ เกี่ยวข้องกับการทำ SEO อย่างไร

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคการพัฒนาเว็บไซต์ที่ทำให้อันดับในการสืบค้นสูงขึ้น เช่น เป็น Top5 Top10 ในหน้าแรก ไม่ว่าจะเป็น Yahoo หรือ Google โดยไม่ต้องเสียเงินค่าโฆษณาให้แก่ Search Engine เพียงแต่ต้องพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพเว็บไซต์เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และมีการประชาสัมพันธ์โดยการแนะนำบอกต่อในโซเชียล

การทำ SEO เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ทำธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ ที่จะช่วยให้มีอันดับในการสืบค้นที่ดีขึ้น นำมาซึ่งโอกาสในการขายได้สูงและมีลูกค้าประจำในระยะยาว ในการพัฒนาเว็บไซต์ จะมีค่าสถิติที่ระบบจะทำการคำนวณให้ เพื่อจะได้นำมาวิเคราะห์ประสิทธิภาพในการปรับปรุงเว็บไซต์ SEO ให้ดียิ่งขึ้น

ค่าสถิติ 3 ประเภทที่เกี่ยวข้องกับการทำเว็บไซต์ SEO ที่ควรทราบ คือ

1. ค่า CTR หรือ Click Through Rate เป็นสัดส่วนผู้สนใจคลิกเข้ามาชมในเว็บไซต์ของคุณ เมื่อมีการแสดงผลลัพธ์ในหน้าต่างการสืบค้น

เช่น เมื่อมีการพิมพ์หาเว็บไซต์ ด้วย Keyword ว่า ร้านขายดอกไม้รับปริญญาออนไลน์ จะปรากฏร้านขึ้นมา 10 ร้านในหน้าต่างการสืบค้น หากผู้ที่เห็นเว็บไซต์คุณคลิกเข้ามาชมก็จะทำให้ค่า CTR เพิ่มขึ้น หากมีการคลิกเข้ามาชมมาก หรือ CTR สูง ก็แสดงถึงมีโอกาสในการขายสินค้าได้มาก

การปรับปรุงเว็บไซต์ให้ค่า CTR เพิ่มขึ้น เริ่มจากการเลือกใช้หัวข้อที่เหมาะสม การใช้ Keyword ที่ตรงกับการสืบค้น หากมีส่วน Meta Description บรรยายเพจคร่าว ๆ ก็จะทำให้มีผู้คลิกเข้ามาอ่านเนื้อหาในเว็บไซต์ของคุณมากยิ่งขึ้น

2. ค่า Time On Site หมายถึงช่วงเวลา หรือความยาวนานที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายคลิกเข้ามาอ่านบทความในเว็บไซต์ของคุณ เปรียบเทียบว่าคนที่เข้ามาอยู่ในเพจเพียงแค่ระยะเวลาสั้น ๆ 5-10 วินาทีแล้วก็คลิกออกไป ย่อมแสดงถึงเนื้อหาที่น่าสนใจน้อยกว่าเพจที่ทำให้ผู้ชมอยู่ได้ยาวนาน 5-10 นาที

ค่า Time On Site ที่มากขึ้น แสดงถึงการมีเนื้อหาสาระที่ตรงใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากขึ้น โอกาสในการขายก็ย่อมสูงขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง ซึ่งการเพิ่มค่านี้ทำได้จากการผลิตบทความที่มีเนื้อหาสาระชัดเจน ภาษาเหมาะสมและไม่มีการคัดลอกจากแหล่งอื่น

3. ค่า Bounce Rate คือ เป็นอัตราส่วนที่แสดงถึงความน่าสนใจของเนื้อหาบทความนั้น ๆ หากบทความมีเนื้อหาที่น่าสนใจมาก ก็จะทำให้คนไม่คลิกเปลี่ยนหน้าไปเพจอื่น ทั้งนี้ อาจเกิดจากมีภาพประกอบ หรือคลิปที่โดดเด่นในหน้านั้นก็เป็นได้ ดังนั้น หากพัฒนาเว็บไซต์ SEO แล้วทำให้ค่าสถิตินี้ดีขึ้น ก็แสดงว่าคุณมาถูกทางแล้ว

จะเห็นได้ว่า ค่าสถิติทั้ง 3 ประเภทนี้ มีความหมายต่อการพิจารณาปรับปรุงเว็บไซต์ SEO ที่มุ่งเน้นให้มีค่าตัวเลขสถิติที่ดียิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจให้แก่คู่แข่งรายอื่น

ค่าสถิติ 3 ประเภทที่เกี่ยวข้องกับการทำเว็บไซต์ SEO

จะทำเว็บไซต์ SEO ให้บูมในปี 2019 ห้ามพลาดอะไรบ้าง

จะทำเว็บไซต์ SEO ให้บูมในปี 2019 ห้ามพลาดอะไรบ้าง

SEO หรือ search engine optimization เป็นสิ่งที่จำเป็นมากในช่วง 2-3 ปีมานี้ ในการที่จะทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกวิเคราะห์ด้วยระบบ algorithm ของ search engine ไม่ว่าจะเป็นYahoo หรือ Google แล้วให้ได้ผลลัพธ์การจัดอันดับที่สูงขึ้นเป็น Top Five Top Ten อยู่เสมอ และหากคุณอยากพัฒนาเว็บไซต์ SEO ให้บูมได้ในปี 2019 มีอะไรบ้างที่คุณห้ามพลาด มาดูกันเลย

จะทำเว็บไซต์ SEO ให้บูมในปี 2019 ห้ามอะไรบ้าง

การเพิ่มสื่อมัลติมิเดีย และรูปภาพ สินค้าจริง

นอกจากการทำ Content SEO ที่มีคุณภาพสูงแล้ว การทำ Photo Album หรือสร้างสื่อมัลติมิเดียที่เผยให้เห็นกระบวนการผลิต เป็นเรื่องราวของสินค้าและบริการ จากศูนย์จนได้เป็นสินค้าสำเร็จรูปสู่มือลูกค้า จะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ของคุณให้แลดู Premium มีอัตลักษณ์และมีภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ในส่วนของรูปถ่ายจริงก็มีความสำคัญมาก เพราะผู้บริโภคต้องการที่จะเห็นรายละเอียดได้ใกล้เคียงให้มากที่สุดกับการเห็นสินค้าจริง และเพื่อเทียบเคียงกับสินค้าประเภทเดียวกันจากแบรนด์อื่น ๆ หากคุณขายโทรศัพท์มือถือ ก็ควรจะมีทั้งภาพด้านหน้า ด้านหลัง มุมข้าง มุมเฉียงหรือภาพแบบหมุนได้ 360 องศา ที่มีการถ่ายทำอย่างมืออาชีพ โดยต้องคิดเสมอว่า “ทุกองศาของภาพมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า”

ต้องเพิ่มส่วนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

การให้โอกาสผู้ใช้สินค้าและบริการจริง ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสนอแนะผ่านทาง community forum จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเก็บข้อมูลเพื่อนำไปพัฒนาสินค้าและบริการของบริษัทคุณให้ดียิ่งขึ้นในระยะยาว

ส่วนนี้จึงควรบรรจุอยู่ในแพลตฟอร์มของเว็บไซต์ SEO ยุคใหม่ ปี 2019 ที่ต้องมีการจัดทีมงานตอบกลับลูกค้าไม่ว่าจะเป็นคำแนะนำหรือติชมอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจและสัมผัสได้ถึงความใส่ใจที่แบรนด์ของคุณมีต่อลูกค้าอย่างจริงใจ

การนำ AI มาใช้เพื่อผู้บกพร่องทางการมองเห็น

นอกจากส่วนเนื้อหาและโครงสร้างหลักแล้ว การทำเว็บไซต์ SEO ให้บูม ยังรวมไปถึงการใช้ AI ที่ทำให้ผู้พิการทางสายตาสามารถเข้าใจคอนเทนต์ที่นำเสนอได้ดียิ่งขึ้น (ตอนนี้ Facebook ได้นำทีมพัฒนาในส่วนนี้ไปแล้ว)

ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่ห้ามมองข้าม เพราะเรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ซึ่งจะมีปัญหาสุขภาพทางดวงตาตามวัย นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเว็บไซต์แบบใหม่ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้สูงวัยกว่าครึ่งค่อนโลกในอนาคตอันใกล้ด้วย

จะทำเว็บไซต์ SEO ให้บูม ห้ามพลาดอะไรบ้าง

การทำเว็บไซต์ SEO ให้บูมได้ในปี 2019 ไม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงติดตามเทรนด์และกระแสความต้องการของผู้บริโภคทั้งจากในประเทศและต่างประเทศที่เชื่อมโยงถึงกันในเพียงชั่วพริบตา แล้วไม่รอช้า นำไปผลิตผลงานอัพเดทขึ้นบนเว็บไซต์เป็นประจำ เพียงเท่านี้ก็เชื่อว่าอันดับของเว็บไซต์คุณจะดียิ่งขึ้น จากการสืบค้นผ่าน search engine อย่างแน่นอน

มีอะไรใหม่ที่ต้องคิดทำเพิ่มในเว็บไซต์ SEO ปี 2019

มีอะไรใหม่ที่ต้องคิดทำเพิ่มในเว็บไซต์ SEO ปี 2019

ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา การทำ SEO เป็นงานที่ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับระบบการสืบค้นของ search engine ที่มีการตรวจตราอย่างเข้มข้นควบคู่กับการนำเสนอ content SEO ที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้บริโภค ทั้งความทันสมัยของเนื้อหาและเทคนิคการนำเสนอที่แปลกใหม่น่าสนใจ

การเกาะกระแสแฟชั่นเทรนด์ดังในสังคมและการติดตามการเคลื่อนไหวในวงการเทคโนโลยี เช่น ระบบการสืบค้นด้วยเสียง หรือ voice search เป็นสิ่งที่นักพัฒนาเว็บไซต์และผู้รับจ้างทำ SEO ต้องคำนึงถึง ซึ่งในปี 2019 จะมีสิ่งใดที่ต้องคิดในงาน SEO อีกบ้าง เรามาดูพร้อมกันเลย

การรับมือกับการตรวจสอบด้วย AI หรือ Artificial Intelligence

การที่เว็บไซต์เพื่อการสืบค้นชื่อดังทั่วโลกอย่างกูเกิ้ล ได้มีการนำระบบตรวจสอบหรือตรวจจับคุณภาพอย่าง RankBrain มาใช้ หรือในเว็บไซต์ Bing ก็ คือ Rank Net อันเป็นเว็บไซต์ยอดนิยมของชาวจีนที่มีประชากรล้นหลาม ซึ่งสัมพันธ์กับอำนาจในการซื้อสูง ทำให้ต้องเน้นที่คุณภาพของเนื้อหา content SEO ในส่วนของสาระสำคัญ ลักษณะภาษาที่ใช้ และการสอดแทรกแนวคิดทางจิตวิทยามากยิ่งขึ้น

ซึ่งแม้ว่าระบบการตรวจสอบและอัลกอริทึ่มของเว็บไซต์ search engine เหล่านี้ จะเป็นความลับ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยการมีระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุด (ทำให้ไร้กังวลเรื่องการผูกขาดผลการสืบค้นและการโจรกรรมข้อมูล) ผู้พัฒนาเว็บไซต์และนักทำ SEO ก็ยังต้องมุ่งหน้าสร้างสรรค์ content SEO ที่มีคุณภาพ และมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์หรือ unique ต่อไป

การรับมือกับระบบสั่งการแบบรวดเร็วอัจฉริยะ อย่าง Voice search

การค้นหาด้วยเสียงเป็นสิ่งที่หลายคนคาดการณ์ไว้มาหลายปีว่าจะเป็นที่นิยม และมีการขยายแนวทางการใช้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงระยะหลังที่มีการผลิตสินค้าและ อุปกรณ์ด้านไอที่ในชีวิตประจำวันมารองรับคำสั่งเสียง หลายธุรกิจการค้าและบริการจึงเริ่มมีการใช้คำสั่งเสียงในการสืบค้นมากยิ่งขึ้น รวมถึงในเว็บไซต์สืบค้นชื่อดังอย่างกูเกิ้ลด้วย

ดังนั้น การทำเว็บไซต์ SEO ในอนาคต จึงต้องเพิ่ม function พิเศษในการตอบโจทย์คำสั่งเสียง เพื่อภาพลักษณ์ที่ทันสมัย มีความสะดวกรวดเร็วในการใช้งาน ขณะเดียวกันก็ต้องเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์คำสั่งเสียงของผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้นด้วย

การทำรูปภาพที่เป็นเอกลักษณ์สำหรับการประกอบเว็บไซต์ SEO

ในช่วง ปี 2019 ลูกค้าต้องการเห็นความน่าเชื่อถือของ content ธุรกิจทั้งในส่วนของเนื้อหาและรูปภาพที่สัมพันธ์กับภาพลักษณ์ของธุรกิจที่แบรนด์ได้ทำโฆษณา หรือประชาสัมพันธ์ไว้ จึงมีแนวโน้มสูงที่นักพัฒนาเว็บไซต์และผู้ทำงานสาย SEO จะต้องสร้างผลงานที่ตอบโจทย์เทคโนโลยี Image recognition เพื่อการสืบค้นภาพประกอบเหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่า การทำเว็บไซต์ SEO ในปี 2019 ให้ประสบความสำเร็จยังมีอีกหลายประเด็นที่ท้าทายนักธุรกิจและผู้ทำงานสายไอที่ให้ต้องใส่ใจ กำหนดทิศทาง และพัฒนาฝีมือให้ตรงใจและตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม