บริษัทรับทำ SEO แบบไหนที่อันตราย

สิ่งที่ควรไตร่ตรองก่อนจ้างทำ SEO

การทำ SEO ตามระบบ search engine optimization เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการเว็บไซต์ออนไลน์ทั่วโลกให้ความสำคัญ เพราะจะทำให้เสริมประสิทธิภาพการขายสินค้าและบริการได้ดียิ่งขึ้น จากการประเมินด้วยระบบ algorithm ใน Google ที่จะแสดงผลการค้นหาในหน้าแรก ซึ่งเป็นผลจากการทำ SEO ที่ดี และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดเตือนว่าผู้จะจ้าง บริษัทรับทำ SEO ต้องใส่ใจในคุณภาพและมาตรฐานหลากหลายด้าน หากบริษัทใดที่มีข้อเสนอหรือรายละเอียดต่อไปนี้เป็นบริษัทที่อันตราย คุณไม่ควรจ้างงานอย่างยิ่ง

สิ่งที่ควรไตร่ตรองก่อนจ้างทำ SEO

1. การันตีผลว่าจะทำให้เว็บไซต์อยู่ที่อันดับ 1

การทำ SEO จะไม่สามารถรับรองผลการจัดอันดับของระบบ algorithm ที่มีความซับซ้อนมากได้ การทำ SEO อย่างต่อเนื่อง จะทำได้ได้ผลดีที่สุด คืออยู่ในหน้าที่ 1 ของหน้าต่างการสืบค้น หากทำ SEO ได้อย่างสม่ำเสมอและสินค้าถูกใจผู้บริโภค จึงจะได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าสูง อาจทำให้ได้ขึ้นถึงอันดับ Top 5 หรือ Top 10 ของคีย์เวิร์ดนั้น ๆ บริษัทใดที่อ้างว่าทำได้ติดอันดับที่ 1 จึงเสี่ยงต่อการที่คุณจะถูกหลอกลวงหรือใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะทำให้เว็บไซต์ถูกแบนจากระบบได้

2. คิดค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าปกติ

การทำ SEO จำเป็นต้องมีการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ในการแก้ไขปรับปรุงในส่วนของโครงสร้างเว็บไซต์ที่เรียกว่า on-page SEO การแก้ไขลิงก์ที่มีปัญหา เช่น ผิดพลาดในตัวสะกดหรือการเชื่อมโยงไปสู่เว็บไซต์ที่ใช้งานไม่ได้แล้ว ตลอดจนการผลิตบทความ SEO การสร้างสื่อมัลติมีเดียต่าง ๆ ที่ส่งเสริมให้ดึงดูดใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย สิ่งเหล่านี้มีต้นทุนค่าใช้จ่าย ขอให้ผู้ที่คิดจะจ้างทำ SEO จึงควรสืบราคาในท้องตลาดเพื่อเทียบราคากลางที่เหมาะสมด้วย หากบริษัทใดที่คิดค่าบริการต่ำผิดปกติก็ควรหลีกเลี่ยง

3. บริษัทที่ไม่น่าเชื่อถือ

มีข้อมูลบริษัทคลุมเครือไม่ชัดเจน เช่น ที่ตั้ง เบอร์โทรศัพท์ เลขทะเบียนพาณิชย์ เป็นต้น การพิจารณาความน่าเชื่อถือของบริษัทจะช่วยให้มั่นใจมากขึ้นก่อนตัดสินใจจ้างงาน เริ่มจากเว็บไซต์รับงานที่มีการลงทะเบียนด้วยบัตรประชาชน มีการจดทะเบียนการค้าเป็นเอกสารราชการสแกนให้เห็นอย่างชัดเจน มีชื่อที่อยู่เบอร์ติดต่อได้สะดวก รวมถึง ควรมีผลการรีวิวจากประสบการณ์ผู้จ้างงานทำ SEO จริง ๆ ในอดีต ซึ่งสามารถเช็คได้จากกลุ่มสังคมโซเชียลโดยการใช้อีเมลของบริษัทรับทำ SEO เบอร์โทรศัพท์ รวมถึงชื่อนามสกุลผู้รับผิดชอบ ชื่อบริษัทในการตรวจสอบ เพื่อลดโอกาสถูกหลอกลวงให้สูญเงินไปโดยเปล่าประโยชน์

การเลือกบริษัททำ SEO ที่ผิดพลาดจะทำให้เสียทั้งเงินและทำให้เสียโอกาสการแข่งขันทางธุรกิจ ซึ่งความรวดเร็วในการแข่งขันเป็นสิ่งสำคัญมากต่อการอยู่รอดของทุกบริษัทในภาวะเศรษฐกิจยุค 2019 หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านใส่ใจการเลือกบริษัท ทำ SEO ที่เหมาะสมมากยิ่งขึ้น หลีกเลี่ยงบริษัทที่ไม่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณเติบโตได้อย่างดีต่อไป

บริษัทรับทำ SEO แบบไหนที่อันตราย

คีย์เวิร์ด SEO สำคัญอย่างไรในเว็บไซต์ทางธุรกิจ

คีย์เวิร์ด SEO สำคัญอย่างไรในเว็บไซต์ทางธุรกิจ

การทำเว็บไซต์ SEO ที่มีคุณภาพต้องอาศัยองค์ประกอบหลายด้าน ทั้งในส่วนของการปรับปรุงโครงสร้างของเว็บไซต์ ให้ใช้งานได้ง่าย ทั้งในโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ การเพิ่มลิงก์เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ต่าง ๆ และที่สำคัญคือการผลิตบทความ SEO ที่มีคุณภาพ ซึ่งนับว่าเป็นหัวใจของการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

การเขียนบทความ SEO ให้ประสบความสำเร็จ ต้องใส่ใจตั้งแต่การเลือกใช้คีย์เวิร์ด SEO ที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใช้พิมพ์ในช่อง Google search เพื่อการค้นหาข้อมูลต่างๆ

คีย์เวิร์ด SEO แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

1. focus keyword คีย์เวิร์ดหลัก

เป็นคำสำคัญที่มักสั้นกระชับ ควรใส่ทั้งในบทความ ส่วนหัวเรื่อง (title) และ ส่วนสรุปย่อ (Meta description) เป็นคำที่เจ้าของกิจการออนไลน์ต้องการให้ถูกค้นพบเจอเว็บไซต์ทางธุรกิจในหน้าแรกเสมอ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและบริการมากขึ้น

2. related keyword คีย์เวิร์ดรอง

focus keyword คือ คำที่ใกล้เคียงกับคีย์เวิร์ดหลัก อาจมีส่วนขยายเพิ่มทำให้มีลักษณะเป็น long-tailed keywords ซึ่งสามารถหาตัวอย่างคำได้จากช่องค้นหาของ Google หลังการกดยืนยันสืบค้นด้วยคีย์เวิร์ดหลัก

การเขียนบทความหนึ่ง ๆ ควรที่จะใช้ keyword ที่กล่าวมา อย่างละ 1 คำ โดยมีการทำซ้ำไม่เกิน 2-3 ครั้ง จึงจะไม่มีปัญหาการถูกรายงานจากระบบ algorithm ของ Google ว่าเป็น spam keyword หรือ spam content ที่อาจทำให้ถูกลดอันดับ SEO ของเว็บไซต์ลงได้

นอกจากการเลือก คีย์เวิร์ด SEO เพื่อใส่ในบทความแล้ว ยังต้องใส่ใจการทำ Meta description ที่มีคุณภาพจากคีย์เวิร์ดทั้งสองประเภท (คีย์เวิร์ดหลักและคีย์เวิร์ดรอง) เนื่องจาก Meta description เป็นการสรุปรวมข้อมูลต่าง ๆ ในบทความนั้น ๆ ซึ่งอาจมีความยาวมากถึง 3,000 คำ นำมาสรุปประเด็นให้สั้น ไม่เกิน 150 คำการเขียนบทความ SEO ให้ประสบความสำเร็จ

ดังนั้น จำเป็นที่ต้องนำทั้ง focus keyword และ related keyword มาใส่ให้ครบถ้วน เพื่อช่วยให้ได้อันดับ SEO ที่ดียิ่งขึ้น และทำให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายทราบได้ว่า หากคลิกเข้ามาแล้วจะพบข้อมูลที่มีรายละเอียดในประเด็นใดบ้าง

อีกส่วนหนึ่งที่ไม่ควรพลาด คือ การทำส่วน title หรือหัวข้อของบทความ ที่ควรระบุคีย์เวิร์ดหลักเอาไว้เสมอ แต่หากสามารถใส่คีย์เวิร์ดรองลงด้วยได้ ก็จะยิ่งดีต่อการสื่อความหมายของเนื้อหา ที่จะทำให้ได้รับความสนใจจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ต้องมีหลักการที่ชัดเจน คือ ความสั้น กระชับและใช้ภาษาที่ตรงกับลูกค้าเป้าหมายมากที่สุด

จะเห็นได้ว่า การใช้คีย์เวิร์ด SEO ที่เหมาะสม จะทำให้ส่วนประกอบต่าง ๆ ทั้งหัวเรื่อง Meta description และบทความ SEO ดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่ม traffic อัตราการคลิก อันดับ SEO ของเว็บไซต์ ควบคู่กับการเพิ่มยอดขายได้อย่างชัดเจน