SEO คือคำตอบการทำเว็บ

ข้อดีของการทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ด้วยวิธีประหยัด

ทุกวันนี้การโปรโมทธุรกิจด้วยสื่อโซเชียลมีเดียนับว่าเป็นช่องทางการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ประหยัดวิธีหนึ่ง ช่วยสร้างธุรกิจให้เติบโตได้รวดเร็ว เพราะเป็นช่องทางการสื่อสาร 2 ทางที่ไม่เพียงส่งข้อมูลข่าวสารไปยังผู้บริโภคเท่านั้น ยังรับฟังความต้องการและความเห็นของลูกค้า สามารถมัดใจลูกค้าให้อยู่หมัดอย่างรวดเร็วและตรงจุดที่สุด วิธีการทำ SEO เป็นกลยุทธ์การใช้สื่อสังคมในการทำตลาดออนไลน์เพื่อให้มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น มีจำนวนลูกค้ามากขึ้น แน่นอนที่สุดว่าหลายคนเห็นประโยชน์ในแง่ประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด เพราะเราสามารถโฆษณาผ่านเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และเว็บไซต์โดยเสียค่าใช้จ่ายน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการทำตลาดด้วยวิธีอื่นๆ ช่วยให้ได้ลูกค้าตรงตามเป้าหมายที่ต้องการด้วย

ด้วยเทคนิคการทำ SEO ส่งผลให้เว็บไซต์ไต่อันดับไปอยู่ในหน้าแรกๆ ของการค้นหาในเสิร์จเอนจินอย่างกูเกิล สร้างจุดเด่นและความได้เปรียบเหนือบรรดาคู่แข่ง เมื่อคนสนใจเข้ามาดูกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์และยอดกดไลค์ กดแชร์ จำนวนมากสะท้อนความนิยม ผลกระทบที่ตามมาคือภาพลักษณ์ที่ดีและความน่าเชื่อถือที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะคนส่วนใหญ่ชอบการสื่อสารที่ง่ายและรวดเร็ว การทำคลิปวิดีโอจึงได้รับความสนใจมากกว่าเนื้อหาบทความเสมอ ดังนั้น การทำ SEO ต้องอาศัยมืออาชีพเข้ามาช่วยให้บทความมีเนื้อหาน่าอ่านชนิดที่ว่าไม่ว่าใครก็ไม่ปล่อยให้ผ่านหูผ่านตาไป ถ้อยคำกระชับเข้าใจง่าย สื่อความหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอสอีโอ เป็นตัวสำคัญของการทำเว็บ

ใจความสำคัญของเว็บไซต์ มันอยู่ที่เนื้อหา

เนื้อหาในเว็บไซต์คือหัวใจสำคัญของการสื่อสาร ใจความหลักของบทความไม่เพียงเรียบเรียงให้น่าสนใจ ชวนให้อยากอ่านเท่านั้น แต่ต้องสะกดคำถูกต้อง มีการวางรูปแบบที่สวยงามและจัดเรียงตามหมวดหมู่อย่างเป็นระเบียบ คอนเทนต์เหล่านั้นต้องตอบคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่ลูกค้าสนใจอยากรู้ สามารถกระตุ้นความต้องการในเรื่องของสินค้าและบริการ ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ทำความรู้จักกับลูกค้าดีขึ้น การทำ SEO ในเว็บไซต์เพิ่มโอกาสธุรกิจและช่องทางเข้าถึงลูกค้ารายใหม่มากขึ้นเท่าไรก็ส่งผลต่อการจัดอันดับให้ขยับมาอยู่เป็นแนวหน้ามากขึ้นเท่านั้น ประหยัดกว่าวิธีการเดิมๆ ที่โฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์และสิ่งพิมพ์ต่างๆ อย่างไรก็ดี การทำคอนเทนต์สำหรับโซเชียลมีเดียต้องมีรูปแบบที่เหมาะสมกับลักษณะของเทคโนโลยีใหม่ด้วย ควรเลือกใช้ถ้อยคำจำกัด กระชับ เพื่อให้เหมาะกับการแสดงผลหน้าเพจบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ

โลกการสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตไม่จำกัดด้วยพื้นที่ สามารถขยายฐานลูกค้าไปยังประเทศต่างๆ ได้ง่าย โปรโมทสินค้าและบริการใหม่อย่างต่อเนื่องโดยใช้ต้นทุนน้อยกว่าการทำโฆษณาแบบอื่น ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์แบบบทความหรือคลิปวิดีโอก็ตาม การทำให้เว็บติดอันดับต้นๆ เป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ลูกค้าเข้ามาติดตามสินค้าและบริการมากขึ้น ยิ่งมีผู้ชมมาก การจัดอันดับก็จะยิ่งดี การแสวงหาคอนเทนต์ดีๆ และปรับเทคนิคดูแลเว็บไซต์ให้น่าสนใจตลอดเวลาจะช่วยปรับปรุงเนื้อหาเพื่อแข่งกันทำ SEO ให้ติดหน้าแรกของกูเกิลอยู่ตลอดเวลา เสริมศักยภาพการแข่งขันให้ธุรกิจเติบโตแซงหน้าคู่แข่งสูงขึ้นเรื่อยๆ

Best Content

10 ข้อมูลสำคัญ ทำเว็บให้ติด SEO ได้ง่ายขึ้น

10 เหตุผลทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ Search Engine

10 ข้อมูลสำคัญ ทำเว็บให้ติด SEO ได้ง่ายขึ้น

อัลกอริทึ่ม คือ ตัวตำแหน่งที่เว็บไซต์ของคุณจะได้รับในหน้าผลการค้นหา (SERPs) ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การรักษาให้ทันกับกฎเกณฑ์ของ SEO (การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหา) อาจหมายถึงความแตกต่างระหว่างจุดสูงสุดในรายการเครื่องมือค้นหาและหลุดออกจากการจัดอันดับอย่างสมบูรณ์ นี่คือ 10 ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณในผลลัพธ์ของหน้าในเครื่องมือค้นหา

1. เว็บไซต์ที่เหมาะกับมือถือ

เว็บไซต์ของคุณจะมีโอกาสที่ดีในการมีอันดับผลการค้นหา โดยจะต้องเป็นมิตรกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Friendly) Google สามารถดูได้ว่าอุปกรณ์ใดที่ผู้ใช้ใช้อยู่ และจะแสดงเฉพาะเว็บไซต์ที่เหมาะกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ๆเหมาะสม หากคุณมีไซต์แบบเก่าถึงเวลาแล้วที่จะอัปเดต

2. ทำให้ไซต์ของคุณ https //:

เว็บไซต์ของคุณควรมีความปลอดภัยเพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบใหม่ของ Google และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณ ถามผู้ให้บริการโฮสติ้งของคุณเกี่ยวกับการจัดซื้อใบรับรองของที่เรียกว่า SSL หรือไม่

3. ความเร็วหน้าเว็บ

เครื่องมือค้นหาให้รางวัลแก่เว็บไซต์ที่โหลดหน้าเว็บไซต์ได้อย่างรวด ตรวจสอบความเร็วของไซต์ในไซต์ เช่น Pingdom และถ้าทำได้ให้ทำตามการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่แนะนำ

4. เพิ่มสื่อ (Media)

วิดีโอ เสียง พ็อดคาสท์ (Podcast)และรูปภาพ สามารถทำให้เว็บไซต์ของคุณมีโอกาสได้รับรับอันดับที่ดีในผลการค้นหา ไม่ใช่แค่เนื้อหาบนหน้าเว็บเท่านั้น

5. ใช้ประโยชน์สูงสุดจาก Social Media

แม้ว่าจะไม่เกี่ยวกันโดยตรงแต่ คอมเมนต์ จำนวน like และแชร์ และอื่นๆ เป็นการสื่อสารกับ Google ว่าเว็บไซต์ของคุณมีความความน่าสนใจมากแค่ไหน

6. เนื้อหาแบบยาว

สร้างบทความหรือบทความที่ยาวขึ้นกว่า 2,000 คำ เพื่อให้เครื่องมือค้นหาของ Google มีโอกาสดึงเนื้อหาเกี่ยวกับคำหลักที่น่าสนใจได้มากขึ้น

7. ใช้แผนผังไซต์( Site Map)

หากคุณใช้ WordPress สำหรับเว็บไซต์ของคุณให้ติดตั้งปลั๊กอินแผนที่เว็บไซต์ เช่น Google XML Sitemap เพื่อให้ google สามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ครบทุกหน้า

8. อย่าลืม Metatags

แม้ว่า Google จะไม่ให้ความสำคัญกับการจัดอันดับของเมตาแท็ก แต่ยังคงสามารถใช้ในการจัดอันดับที่ยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับ Bing และ Yahoo!

9. อย่าลืมวิจัยคำหลัก (Keyword) ของคุณ

จัดทำรายการคำหลัก 20 หรือ 30 อันดับแรกของคุณ จากนั้นค้นหาคำแต่ละคำใน Google คุณอยู่ในหน้าแรกของผลหรือไม่? ถ้าไม่ ดูว่าเป็นใคร มีวิธีใดในการรับ Backlink จากพวกเขาหรือมีส่วนร่วมในเว็บไซต์ เช่นมีส่วนของ Guest post หรือไม่

10. ใช้ Rich Snippets ที่สมบูรณ์ถ้าคุณทำได้

Rich Snippets จะช่วยแบ่งประเภทเนื้อหาและส่งสัญญาณว่าคืออะไรในเครื่องมือค้นหา หากคุณใช้ WordPress ให้ติดตั้งปลั๊กอินที่ชื่อว่า All in One Schema

พื้นฐานที่คุณควรมีก่อนทำ SEO

พื้นฐานที่คุณควรมีก่อนทำ SEO

พื้นฐานที่คุณควรมีก่อนทำ SEO

ผู้จัดทำ SEO ส่วนใหญ่ มักจะประสบกับสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป บางคนอาจจะประสบความสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ แต่สำหรับบางคนอาจจะต้องพบเจอกับปัญหาและอุปสรรคอย่างมากมาย อีกทั้งความสำเร็จที่คาดหวังเอาไว้ ก็ไม่ได้มาแบบง่าย ๆ อีกด้วย สุดท้ายหลากหลายคำถามก็เกิดขึ้นสำหรับผู้ที่ทำ SEO แล้วไม่ประสบความสำเร็จในที่สุด สำหรับผู้ที่ต้องการจะทำ SEO แล้วไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้างในเบื้องต้น ซึ่งข้อมูลต่อไปนี้ถือได้ว่าเป็นคำแนะนำ ที่จะทำให้คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที เพราะสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่คุณจะต้องมีและไม่ควรพลาด หากอยากจะทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จได้ในที่สุด ส่วนจะมีรายละเอียดอะไรบ้างนั้น เราไปดูกัน

1.ทำการปรับแต่ง SEO โดยตั้งเป้าหมายอาศัยปัจจัยภายในเป็นหลัก

สำหรับปัจจัยภายในนั้น ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่เราสามารถปรับและแก้ไขได้โดยง่าย ทุกอย่างภายในเว็บไซต์ของเราซึ่งถือได้ว่าเกี่ยวข้องกับปัจจัยภายใน เราจะต้องเน้นและพิจารณาดูว่า อะไรที่สามารถปรับแต่งได้ก็ควรที่จะทำ อย่างเช่น การปรับแต่งคีย์เวิร์ด จำนวนลิงค์ภายในเว็บไซต์ของเราเอง จำนวนคำของบทความ ตลอดจนกระทั่งความยาวในส่วนของ HTML ทุกอย่างเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยภายใน ที่คุณสามารถปรับแต่งได้อย่างแน่นอน และก็ไม่ควรพลาดเป็นอย่างมาก

2.ควรพิจารณาในส่วนของการเชื่อมโยง

ในส่วนของการเชื่อมโยงภายในเว็บไซต์นั้น ถือได้ว่าเป็นการใส่ลิงค์เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงบทความภายในเว็บไซต์ ให้มีลักษณะที่เข้ากันและถึงกันได้ หรืออาจจะเป็นการเชื่อมโยงในส่วนของเนื้อหาที่มีลักษณะเกี่ยวข้องกันโดยตรง เพื่อที่จะผลักดันทำให้เกิดการรับรู้ในส่วนของเนื้อหาบทความภายในเว็บไซต์ของเราได้อย่างต่อเนื่องนั่นเอง ทางที่ดีคุณควรพิจารณาและตรวจดูว่า ลิงค์ที่คุณมีอยู่ภายในเว็บไซต์นั้นเป็นลิงค์ประเภทไหน ดีหรือสแปม

3.สิ่งสำคัญคือการวิจัยคำหลัก

ในส่วนของการวิจัยคำหลัก ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่คุณพลาดไม่ได้เป็นอันขาด เพราะการทำ SEO คุณจะต้องเรียนรู้พร้อมทั้งเข้าใจทุกอย่างได้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะตั้งแต่การเริ่มต้นเพื่อทำการค้นหาคำหลัก หรือที่เรียกว่าคีย์เวิร์ด ซึ่งจะต้องมีความเหมาะสมกับเนื้อหาของคุณ เพราะฉะนั้นแล้วการค้นหาคีย์เวิร์ดหรือการวิจัยคำหลักเพื่อทำ SEO จึงมีความสำคัญ

นอกจากนี้ คุณอาจจะต้องเรียนรู้ในส่วนอื่น ๆ หรือเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย เพราะสิ่งที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงไปกับการทำ SEO ย่อมส่งผลดีหากคุณได้กระทบเอาไว้อย่างครบถ้วน เมื่อถึงเวลาที่คุณเน้นทำ SEO อย่างแท้จริง ต่อให้ผลลัพธ์จะออกมาดี สมหวังหรือไม่สมหวังก็ตาม สุดท้ายแล้วคุณก็ได้ทำทุกอย่างอย่างครบถ้วนและถูกต้องสมบูรณ์อย่างมากที่สุดแล้ว

SEO

ตอบคำถามเพื่อคลายสงสัย เราทำ SEO เพื่ออะไรกันแน่ ?

หลายคนที่มองเห็นถึงความสำคัญในการจัดทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของตนเอง ในขณะเดียวกันหลายคนที่ยังคงไม่รู้ว่า SEO คืออะไร? และพวกเขาก็กำลังคิดสงสัยว่า เราจะทำ SEO ไปเพื่อทำไม? ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผู้ที่จัดทำเว็บไซต์โดยตรง มักจะรู้แจ้งกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่า SEO มีความสำคัญสำหรับพวกเขาเสมอ ประโยชน์ผ่านการทำ SEO นั้นถือได้ว่ามีอยู่มาก และนับได้เลยว่าอาจจะขาดไม่ได้ ทำให้บางบริษัทต้องยอมลงทุนเงินหลักแสนบาทเพื่อที่จะแจ้งทำ SEO ซึ่งวันนี้เรามีคำตอบในทุก ๆ คำถามเหล่านี้มาฝากกันค่ะ โดยเฉพาะ “ทำไมเราจะต้องทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของเรา” นั่นเอง

SEO นำพาโอกาสมหาศาลมาให้กับผู้จัดทำเว็บไซต์

หากจะให้เปรียบเทียบการทำ SEO และเกิดความเข้าใจโดยง่าย เราขอเปรียบเทียบว่า ร้านอาหาร A เป็นร้านอาหารที่อยู่ภายในทำเลทอง เป็นทำเลที่ดีงาม เมื่อร้านอาหารของเรานั้นได้อยู่ภายในทำเลที่ดี สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย อีกทั้งลูกค้ายังคงสามารถจอดรถได้อย่างง่าย ๆ เข้าร้านได้อย่างสะดวกสบาย แถมเมื่อเข้าร้านอาหารของคุณไปแล้ว ยังค้นพบว่ารสชาติอาหารภายในร้านของคุณนั้นอร่อยถูกปาก ไม่นานร้านอาหารของคุณก็จะมีชื่อเสียง พร้อมทั้งมีลูกค้าเข้าเต็มร้านอย่างแน่นอน

และในอีกมุม ร้านอาหาร B กลับเป็นร้านอาหารอีกร้านหนึ่ง ร้านนี้สามารถทำรสชาติอร่อยได้อร่อยได้ไม่แพ้คุณเลย แต่ร้านอาหารของเขานั้นกลับอยู่ในทำเลที่ไม่ดีเสียเท่าไหร่นัก แถมลูกค้าเดินทางไปก็ลำบาก เจอรถติดกลางทาง และเมื่อมาถึงก็ไม่มีที่จอดรถให้กับลูกค้า นอกจากนี้ยังคงพบเจอปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย จนทำให้ลูกค้าเกิดความเบื่อหน่ายที่จะเดินทางไป ลูกค้าบางคนก็อาจจะยังคงเดินทางไปกินอาหารร้านนั้นอยู่ แต่เชื่อได้เลยว่าลูกค้าหลายต่อหลายคนย่อมที่จะถอดใจ และขอลาจากที่จะไม่กินอาหารร้านนี้อย่างแน่นอน

การที่เราเปรียบเทียบเรื่องราวของร้านอาหารทั้ง 2 ร้าน ก็เพราะไม่แตกต่างไปจากการทำ SEO โดยตรง หากเว็บไซต์ของคุณได้ติดหน้าแรกของ google จะหมายความได้ว่า ทำเลของเว็บไซต์ของคุณนั้นเป็นทำเลทอง เป็นทำเลที่ดีมาก ลูกค้าจะสามารถค้นหาเว็บไซต์ของคุณเจอได้อย่างง่าย ๆ เดินทางเข้าสู่เว็บไซต์ของคุณได้อย่างสะดวกสบาย และเมื่อลูกค้าค้นหาเว็บไซต์ของคุณเจอได้ง่ายขึ้น โอกาสต่าง ๆ ก็จะตามมาสู่คุณอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็น คนเข้าเว็บไซต์จำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ คุณสามารถขายของได้เพราะมีลูกค้ารู้จัก รายได้ของคุณก็จะมากขึ้นตามไปอีก นับได้ว่า SEO สร้างประโยชน์ให้กับคุณได้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวค่ะ และนี่ก็คือคำตอบที่ว่า “เราจะทำ SEO ไปเพื่ออะไร?” หรือ “ทำไมเราจะต้องทำ SEO?”

seo business

ประโยชน์ที่ Startup จะได้รับจากการทำ SEO

ในเมื่อการทำ SEO กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะสามารถช่วย Startup ได้อย่างแท้จริง ส่งผลทำให้ Startup ส่วนใหญ่ ต้องเลือกที่จะทำ SEO ให้เกิดความสมบูรณ์แบบอย่างมากที่สุด ในเมื่อหน้าบ้านของพวกเขามาในรูปแบบของเว็บไซต์หรือแม้กระทั่งแฟนเพจ หากมีความสมบูรณ์และมีคุณภาพมากพอ และยังคงได้มีการจัดทำ SEO ร่วมด้วย ต้องขอบอกเลยว่า ความสำเร็จทางด้านที่จะทำให้มีผู้คนได้รู้จักบริษัทหรือ Startup มากยิ่งขึ้น นับได้ว่าเป็นความสำเร็จที่อยู่ไม่ไกลอย่างแน่นอน นอกจากนี้การทำ SEO ยังคงมีประโยชน์ต่อ Startup อีกมากมายหลากหลายข้อด้วยกัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความรู้ SEO ที่ Startup ส่วนใหญ่ไม่ควรพลาด

เจาะลึกเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี – รู้หรือไม่ว่า การทำ SEO คีย์เวิร์ดที่ได้มีการวิเคราะห์ออกมาเป็นอย่างดีแล้ว จะช่วยทำให้ Startup เป็นที่รู้จักได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยผู้ค้นหาส่วนใหญ่จะมีความต้องการในตัวสินค้า หรือแม้กระทั่งบริการอยู่แล้ว โอกาสที่จะมีกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงเว็บไซต์ได้มากยิ่งขึ้น ย่อมมีเยอะขึ้นตามไปด้วย

การลงทุนระยะยาวที่มาพร้อมกับความคุ้มค่า – การที่ Startup เลือกจะทำ SEO ถือได้ว่าเป็นการลงทุนที่สุดแสนจะคุ้มค่าเป็นอย่างมาก เพราะแต่ละคีย์เวิร์ดที่ได้เลือกทำ ย่อมมีต้นทุนที่ชัดเจนอยู่เสมอ และยังคงไม่ผันแปรไปตามปัจจัยต่าง ๆ อีกด้วย และนี่ก็คืออีกหนึ่งความรู้ SEO อีกหนึ่งข้อ ที่ Startup บางคนอาจจะยังไม่รู้

เป็นการเปิดโอกาสให้กับตนเอง – สำหรับเว็บไซต์เปิดใหม่ส่วนใหญ่ ยังคงมีโอกาสที่จะติดหน้าแรกของกูเกิลได้เช่นเดียวกัน หากได้ทำ SEO ด้วยแล้ว ย่อมเป็นเส้นทางที่จะทำให้ Startup ได้สร้างโอกาสดี ๆ ให้กับกลุ่มเป้าหมายและตนเองได้มากยิ่งขึ้น

ได้นำเสนอจุดแตกต่างที่ดีกว่าธุรกิจอื่น ๆ – คนรุ่นใหม่กับสิ่งใหม่ ๆ ที่แตกต่าง ย่อมเป็นธุรกิจ Startup ที่น่าสนใจและยังคงสามารถตอบโจทย์ได้ดีอีกด้วย เพราะฉะนั้น หาก Startup ได้ติดหน้าแรกของกูเกิล ย่อมมีโอกาสในการนำเสนอข้อแตกต่าง ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเด่นและจุดแข็งของธุรกิจให้กับกลุ่มเป้าหมายได้รับรู้ ส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคตอันใกล้เช่นกัน

นอกจากนี้ ยังคงมีความรู้ SEO อีกมากมาย ที่ Startup ส่วนใหญ่อาจจะยังคงไม่รู้ โดยเฉพาะการทำ SEO มีผลดีต่อพวกเขาอย่างแน่นอน ด้วยประโยชน์ที่มากมายเช่นนี้ ย่อมทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จได้ง่ายยิ่งขึ้น หาก Startup สนใจและหันมาเน้นย้ำไปกับการทำ SEO ตั้งแต่แรกเริ่ม โอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว ย่อมอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน

ต่อยอด SEO สู่อันดับ 1 ของวงการ

ต่อยอดความรู้ มุ่งสู่ความสำเร็จ เป็นมือ 1 วงการ SEO

ความสามารถของมนุษย์เราเกิดขึ้นได้ไม่จำกัด ไม่มีจุดหยุดพัก แต่สิ่งที่จะพาให้ตัวของเรานั้นกัาวหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่มีถอยหลังคือแรงผลักดันของใจเรา เราต้องถามใจเราว่าอยากจะก้าวขึ้นสู่วงการ SEO จนเป็นเมื่อวานอันดับต้นต้นของโลกหรือไม่ หากเราตอบว่าใช่ สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือไขว่คว้าหาความรู้ทดลองกระบวนการทำอย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา อย่าเชื่อคนอื่นไปเสียทุกเรื่องแต่ก็ไม่ใช่ว่าเอาความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ไม่ฟังมุมมองคนอื่นเลยก็ไม่ดี เพราะการหาข้อมูล ความรู้ Search Engine Optimisation ทั้งเรื่อง การหาคีย์เวิร์ด SEO การทำ Backlinks ความรู้ต่างๆ วิธีทำให้ประหยัดเวลาในการเรียนรู้มากที่สุด ก็คือการที่เราเรียนรู้จากผลทดลองคนอื่นและเอามาลองผิดลองถูกเพื่อหาข้อเท็จจริง ว่าวิธีนั้นมันได้ผลหรือไม่ การทำแบบนี้จะช่วยลดระยะเวลาการทดลองผิดถูกได้เป็นอย่างดี

ทุกอาชีพ ทุกการทำงาน มักจะมีจุดที่จะต้องเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราจำเป็นที่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกที่แปรเปลี่ยนไปด้วย เมื่อพฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยน หากเรายังทำแบบเดิมอยู่ การจะก้าวหน้าในงานหรืออาชีพนั้นคงยากพอดู การทำ SEO ก็เช่นเดียวกัน ความคิดเดิมๆก็อย่างเช่น เชื่อว่าชื่อของเว็บไซต์จะต้องมีคีย์เวิร์ดประกอบอยู่ด้วยเท่านั้นจึงจะทำ SEO ได้ ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่ใช่ แบบนั้นการจะทำแบรนด์ของเราในชื่อโดเมนก็ยากเลยสิ ดูตัวอย่างเว็บ Lenball55.com เขาไม่ได้มีคีย์เวิร์ดเป้าหมายที่เขาทำเลย แต่ก็สามารถติดหน้าแรกของผลการค้นหาในคีย์เป้าหมายเขาได้ ส่วนคำค้นหาที่เขาทำนั้น หากเราเป็นนัก SEO ลองเข้าไปดูที่หน้าเว็บก็คงจะตอบได้ไม่ยาก เราต้องลดความคิดเดิมๆลงบ้างเพื่อรองรับสิ่งใหม่ๆที่จะเข้ามาในชีวิต

เริ่มต้น SEO ในรูปแบบใหม่

เวลาที่เราเริ่มต้นเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มันอาจจะปวดหัวอยู่บ้าง ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำความเข้าใจในรูปแบบการทำงานใหม่ๆเหมือนกับเรียกให้คนสูงวัยมาหัดพิมพ์คีย์บอร์ดนั่นแหละ กว่าจะใช้นิ้วจิ้มได้แต่ละตัวก็เล่นเอาเป็นหลายนาทีกว่าจะพิมพ์ได้ซักหนึ่งเนื้อหาหน้ากระดาษเอสี่ไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมงแน่นอน แต่พอเปรียบเทียบเวลาทำตอนคล่อง ใน 10 นาที เราอาจจะพิมพ์ได้ซักสองถึงสามหน้า ไม่ปวดมือ ไม่เครียดด้วย นี่คือจุดเริ่มต้นคนเราจะทำอะไร ต้องทดลอง ต้องอดทน เพื่อที่จะผ่านช่วงเวลาเริ่มต้นไปให้ได้ เมื่อเราสามารถทำความเข้าใจได้และทำเก่ง มันก็จะช่วยให้งานของเราสำเร็จราบรื่นไปได้ด้วยดี เป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในการขึ้นเป็นมือวางอันดับหนึ่งในวงการที่เราอยากจะประสบความสำเร็จได้

“เรียนรู้ ต่อยอด ความสำเร็จคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมของเรา…”

Outbound Links

Outbound Links คืออะไร ?

เพื่อนๆอาจเคยไปอ่านเจอตามเว็บบอร์ด SEO อยู่บ่อยครั้ง เกี่ยวกับการที่มีนักทำ SEO เก่งๆได้พูดถึงเรื่องของ Outbound Links มือใหม่พึ่งเข้าวงการมาอาจจะงงเกี่ยวกับศัพท์ต่างๆที่ไม่คุ้นหู หรือแม้แต่เรื่องของ Outbound Links เองก็ตาม มันคืออะไรหว่า.. ? แล้วมันมีผลเกี่ยวกับการทำอันดับให้เว็บไซต์ของเราได้อย่างไร สำหรับเรื่องราวของ Outbound Links ถือว่ามีความสำคัญไม่น้อยเลย เราจำเป็นต้องรู้ว่ามันมีผลกระทบอย่างไรต่ออันดับของเราบนหน้า SERP เพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาทำความรู้จักกันเลยดีกว่า จะได้เก่ง SEO กันไปอีก 1 เรื่อง

Outbound Links หากแปลตามตัวของคำศัพท์ มันแปลว่าการเชื่อมโยงขาออก ในทางวงการ SEO เราจะหมายถึงลิงค์ที่เชื่อมโยงไปยังเว็บอื่น มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ในแต่ละเว็บไซต์จะมีการพูดถึงเว็บอื่น อย่างเช่นเว็บเราทำเกี่ยวกับสูตรอาหาร แล้วเราดันไปเจอสูตรทำอาหารสูตรหนึ่งที่น่าสนใจมากจากเว็บต่างประเทศ เราเลยเอาข้อมูลเขามาแปลเป็นภาษาไทย เขียนลงบนเว็บไซต์ของเราและทิ้งท้ายบทความโดยการให้เครดิตเว็บไซต์ที่เราไปเอาข้อมูลเขามาแปล หากเว็บไซต์ที่เราทิ้งท้ายไว้มีการทำเป็นลิงค์ที่สามารถคลิกไปยังเว็บปลายทางได้ เราก็จะเรียกสิ่งนี่ว่า “ลิงค์ขาออก” หรือ “Outbound Links” นั่นเอง

ความสำคัญของ Outbound Links ในเรื่องของ SEO

การที่เว็บไซต์ของเรามี Outbound Links อยู่บ้าง ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญอยู่ไม่น้อย มันคงจะแปลกมากถ้าเว็บไซต์ของเรามีข้อมูลมหาศาล แต่กลับไม่มีลิงค์ออกไปยังเว็บอื่นเลยแม้แต่ลิงค์เดียว นี่ถ้าเว็บไซต์ของเราไม่มี Backlinks จากเว็บอื่นโยงเข้ามาด้วยก็คงจะเปรียบเหมือนเว็บที่อยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่มีลิงค์ไปหาคนอื่น และคนอื่นก็ไม่โยงลิงค์มาหาเรา ในเรื่องของผลลัพธ์ทาง SEO คงไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน ความเป็นธรรมชาติของเว็บไซต์ควรจะต้องมีการทำ Outbound Links ออกไปยังเว็บไซต์อื่นๆไว้บ้าง เว็บไหนมีเนื้อหาที่ดี ดูน่าสนใจและน่านำมาบอกต่อ ก็ควรทำลิงค์ขาออกจากเว็บเราไปยังเว็บไซต์เหล่านั้น และพวกเว็บที่เราไปเอาบทความเขามารีไรท์ใหม่เพราะเห็นความบทความมีสาระน่าสนใจ ก็ควรให้เครดิตเว็บไซต์เหล่านั้นด้วยการทำลิงค์ออกไปยังเว็บไซต์เหล่านั้น

Outbound Links ถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่มีความสำคัญ เมื่อก่อน นักทำ SEO ส่วนใหญ่มักจะคิดว่าถ้าเราทำลิงค์ออกก็เหมือนถ่ายเทค่าพลังจากเว็บเราไปให้เว็บอื่น ซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริง แต่มันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น สมัยที่ Google ยังโชว์ค่า PR ของหน้าเว็บไซต์ เราไปยึดติดกันมากเกิน ส่วนใหญ่พยายามไม่สร้างลิงค์ออกนอกเว็บเพราะกลัวว่าค่า PR จะลดลง แต่ลืมคำนึงถึงความเหมาะสมในตัวเว็บไซต์ไปว่าถ้าเว็บเรามีเป็น 10 หมวดหมู่ 100 บทความ แต่ไม่มีลิงค์โยงไปแห่งอื่น มันจะดูค่อนข้างผิดปกติไม่น้อย ปัจจุบัน Google ได้ทำการซ่อนค่า PR ไม่ให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถดูได้แล้ว แต่ค่า PR ยังถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการคำนวนอันดับอยู่ จะโชว์เฉพาะในระบบของ Google เท่านั้น การปิดค่า PR ไม่ให้คนทั่วไปดูได้ ส่งผลให้นักทำ SEO เริ่มลดความขี้เหนียวลิงค์ออกลง สมัยนี้มีการนิยมให้เครดิตเว็บอื่นกันมากยิ่งขึ้น อาจเป็นเพราะไม่มีอะไรให้มายึดติดกับเรื่องลิงค์ออกเท่าเมื่อก่อนแล้ว

สมดุลของการทำ Outbound Links

ถึงแม้ว่าผู้เขียนจะแนะนำให้นักทำ SEO หน้าใหม่หน้าเก่าทั้งหลาย ควรรู้จักและทำ Outbound Links ให้กับเว็บของเราไว้บ้าง แต่ก็ต้องดูปริมาณลิงค์ขาออกให้ดีด้วย ให้เราเอามาเปรียบเทียบกับขนาดของเว็บไซต์เรา หากเว็บเรามีเพียง 2-3 บทความ พึ่งสร้างเว็บใหม่ แต่กลับทำลิงค์ขาออก 30-40 ลิงค์เลย แบบนี้ก็อาจไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ เราควรดูขนาดเว็บของเราด้วย หากเว็บเรามี 10 บทความ ลิงค์ขาออกควรมีสัก 1-3 ลิงค์ก็พอแล้ว บทความเว็บเยอะขึ้นก็มีลิงค์ขาออกเยอะตาม

อย่างไรก็ดี เราไม่จำเป็นต้องมานั่งเครียดคำนวนเรื่องจำนวน Outbound Links ของเว็บไซต์เราให้ปวดหัว เราเพียงแค่ทำเว็บของเราไปเรื่อยๆ ข้อมูลไหนน่าสนใจที่อยากนำมาฝากผู้ใช้งานเว็บไซต์ของเรา ก็เพียงนำมาเขียนลงเว็บและให้เครดิตเป็นลิงค์ขาออกเขากลับไปก็พอ ถ้าใน 10 บทความที่เราเขียนลงเว็บ เป็นเรื่องราวที่เราคิดและเขียนมันขึ้นมาเอง ก็ไม่จำเป็นต้องไปเขียนเครดิตให้ใครมั่ว เพราะเราคิดและเขียนบทความเอง จะไปให้เครดิตใครล่ะนอกจากเว็บของเราเอง ส่วนของเนื้อหาบทความที่ไม่ใช่เครดิตทิ้งท้าย เราอาจจะมีการโยงลิงค์ขาออกไปในเว็บที่เกี่ยวข้องบ้างก็ได้ เช่น มีลิงค์ไป Wikipedia จากคำศัพท์เฉพาะในบทความของเรา เพื่อให้คนที่เข้ามาอ่านแล้วเกิดความสงสัยในคำศัพท์เฉพาะเหล่านั้น สามารถคลิกที่คำศัพท์เพื่อไปดูความหมายหรือคำขยายความของคำศัพท์นั้นเพิ่มเติมได้ง่ายกว่าการ Copy คำไปค้นหาใน Google ด้วยตัวเอง ซึ่งจะมีขั้นตอนมากกว่า หากเราสามารถออกแบบเนื้อหาเว็บและวางตำแหน่งเรื่องของ Outbound Links ได้อย่างเหมาะสม ก็จะทำให้ผู้ใช้งานติดใจเว็บของเรา ผลลัพธ์ที่ตามมาคือมันมักจะส่งผลให้คะแนน SEO ด้านอื่นดีไปด้วย